ฎีกา ปี พ.ศ. 2544
ฎีกาที่ 7271/2544
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
คำว่า "ผลิต" ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4 หมายความว่า เพาะ ปลูก ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป สังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ และให้หมายความรวมตลอดถึงการแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุด้วย
การที่จำเลยนำวัสดุเป็นผงซึ่งมีเมทแอมเฟตามีนผสมมาอัดเป็นเม็ดเป็นการเปลี่ยนรูปวัสดุซึ่งมีเมทแอมเฟตามีนผสมจากเป็นผงให้เป็นเม็ด จึงเป็นการผลิตเมทแอมเฟตามีนตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 แล้ว หาต้องใช้สารเคมีและเครื่องจักรในการผลิตไม่
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ , ๑๕ , ๖๕ , ๖๖ , ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ริบของกลางทั้งหมด
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษจำเลย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ คำว่า ผลิต หมายความว่า เพาะ ปลูก ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป สังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ และให้หมายความรวมตลอดถึงการแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุด้วย โจทก์มีพยานคือ ร้อยตำรวจเอกบุญเลิศ โพธิ์สุข และจ่าสิบตำรวจอัสนีย์ นันทสุคนธ์ เบิกความว่า จับจำเลยและยึดเมทแอมเฟตามีน ๑๓ เม็ด เครื่องมืออุปกรณ์ผลิตเมทแอมเฟตามีน วัสดุเป็นผงคล้ายแป้งจำนวนหนึ่ง จำเลยรับสารภาพต่อเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับว่าผลิตเมทแอมเฟตามีนและรับว่าของกลางต่าง ๆ เป็นของจำเลย ทั้งจำเลยอ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า ได้ทำการผลิตยาเม็ดด้วยเครื่องมืออุปกรณ์ที่เจ้าพนักงานตำรวจยึดเป็นของกลาง เพียงแต่อ้างว่าใช้ยาพาราเซตามอลกับสีผสมอาหารเป็นวัสดุในการผลิต ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ปราศจากเหตุผล ไม่มีประโยชน์หรือความจำเป็นที่จะทำดังที่จำเลยอ้าง วัสดุเป็นผงและยาเม็ดของกลางได้รับการตรวจพิสูจน์พบว่ามีเมทแอมเฟตามีนผสมอยู่ ส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ มีเมทแอมเฟตามีนติดอยู่ ดังนี้ กรณีไม่ใช่การนำยาพาราเซตามอลมาบดอัดเป็นเม็ดตามที่จำเลยนำสืบ พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่า จำเลยนำวัสดุเป็นผงซึ่งมีเมทแอมเฟตามีนผสมมาอัดเป็นเม็ด การกระทำของจำเลยเป็นการเปลี่ยนรูปวัสดุซึ่งมีเมทแอมเฟตามีนผสมจากเป็นผงให้เป็นเม็ด จึงเป็นการผลิตเมทแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ดังกล่าวแล้ว หาจำต้องใช้สารเคมีและเครื่องจักรในการผลิตดังที่จำเลยฎีกาไม่ ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบานั้น เห็นว่า ความผิดฐานนี้ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว จึงไม่อาจกำหนดโทษให้เบาลงอีกได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด
จำเลย - นายสมลักษณ์ นรจิตร์ - กฎหมายที่อ้าง
- พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 — ม. 4
- องค์คณะ
- สายันต์ สุรสมภพ
พิชิต คำแฝง
สุพัฒน์ บุญยุบล - ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
- ศาลอาญาธนบุรี - นางอุบลรัตน์ ลีพัฒนกิจ
ศาลอุทธรณ์ - นายมนูพงศ์ รุจิกัณหะ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา