ฎีกา ปี พ.ศ. 2541 อาญา
ฎีกาที่ 7279/2541
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
จำเลยยินยอมให้ พ. นำเฮโรอีนไปซุกซ่อนไว้ในที่ดินของจำเลยอันเป็นการให้ความช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่ พ. กับพวกมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แม้โจทก์จะยังไม่ได้ฟ้อง พ. และยังไม่ได้ตัว น.ผู้ว่าจ้างให้ พ. ทำการซุกซ่อนเฮโรอีนมาดำเนินคดีก็ไม่เป็นเหตุให้จำเลยพ้นจากการเป็นผู้สนับสนุนไปได้ จำเลยกระทำความผิดต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสอง ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53 โทษที่ศาลล่างทั้งสองวางลงโทษจำเลยจากฐานจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษต่ำสุดที่บัญญัติไว้ในกฎหมายแล้ว จึงวางโทษจำคุกสถานเบากว่านี้อีกไม่ได้ คำให้การชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนที่จำเลยให้การว่าได้อนุญาตให้ พ. นำเฮโรอีนไปซุกซ่อนในที่ดินของจำเลยเท่ากับจำเลยรับสารภาพในความผิดฐานสนับสนุนการมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและคำรับดังกล่าวนั้นได้ใช้ประกอบการวินิจฉัยว่าจำเลยได้กระทำความผิดอันเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของศาล จึงสมควรลดโทษให้จำเลย
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 7, 8, 15, 66 วรรคสอง, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83กับสั่ง ริบเฮโรอีนของกลาง คืนกุญแจและลูกกุญแจแก่เจ้าของจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ระวางโทษสองในสามส่วนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53 จำคุก 33 ปี 4 เดือน ริบเฮโรอีนของกลาง และให้คืนกุญแจพร้อมลูกกุญแจแก่เจ้าของจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2538เวลากลางวัน เจ้าพนักงานตำรวจทำการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษในประเภท 1(เฮโรอีน) จำนวน 110 หลอด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 106.288 กรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในบริเวณที่ดินของจำเลยตั้งอยู่ที่ตรอกลมโชย ตำบลด่านท่าเมือง อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ซึ่งมีรั้วคอนกรีตบล็อกล้อมรอบทุกด้าน และมีประตูเข้าออกเป็นประตูเหล็กและใส่กุญแจอยู่ตลอดเวลา ลูกกุญแจของกุญแจที่ใส่ประตูเหล็กเข้าที่ดินของจำเลย เก็บไว้ที่บ้านของจำเลย เฮโรอีนของกลางที่ค้นพบนางสาวพิรุณรับว่าได้รับจากนางนงเยาว์ ซิ้มสกุล นำไปซุกซ่อนไว้ในที่ดินของจำเลยดังกล่าว ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า จำเลยรู้เห็นยินยอมให้นางสายพิรุณนำเฮโรอีนของกลางดังกล่าวไปซุกซ่อนไว้ในที่ดินของจำเลยอันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่นางสายพิรุณหรือนางนงเยาว์กระทำการมีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบจึงฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยยินยอมให้นางสายพิรุณนำเฮโรอีนของกลางไปซุกซ่อนไว้ในที่ดินของจำเลยอันเป็นการให้ความช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่นางสายพิรุณกับพวกมีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนพยานหลักฐานจำเลยที่อ้างว่าไม่ได้อนุญาตให้นางสายพิรุณนำเฮโรอีนของกลางไปซุกซ่อนไว้ในที่ดินของจำเลยขัดแย้งกับคำให้การชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน และขัดแย้งกับคำให้การของนางสายพิรุณ จึงมีน้ำหนักน้อยไม่อาจฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยปัญหานี้ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยต่อไปมีว่า เมื่อไม่มีตัวการที่กระทำความผิดแน่ชัดจะลงโทษจำเลยในฐานะผู้สนับสนุนได้หรือไม่นั้น เห็นว่า จากพยานหลักฐานโจทก์เท่าที่นำสืบฟังได้ว่า จำเลยได้ให้ความช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่นางสายพิรุณกับพวกกระทำความผิดฐานมีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจึงเป็นการแน่ชัดว่านางสายพิรุณกับพวกเป็นตัวการกระทำความผิดฐานมีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แม้โจทก์จะยังไม่ได้ฟ้องนางสายพิรุณและยังไม่ได้ตัวนางนงเยาว์มาดำเนินคดีก็ไม่เป็นเหตุให้จำเลยพ้นจากการเป็นผู้สนับสนุนไปได้ ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยปัญหานี้ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการสุดท้ายมีว่า มีเหตุวางโทษจำเลยเบากว่าที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาไว้หรือไม่ เห็นว่า จำเลยกระทำความผิดต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสอง ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53 โทษที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยจากฐานจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษต่ำสุดที่บัญญัติไว้ในกฎหมายแล้ว จึงวางโทษจำคุกสถานเบากว่านี้อีกไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม คำให้การชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนที่จำเลยให้การว่าได้อนุญาตให้นางสายพิรุณนำเฮโรอีนของกลางเข้าไปซุกซ่อนในที่ดินของจำเลยเท่ากับจำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานสนับสนุนการมีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และคำรับของจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนนั้นได้ใช้ประกอบการวินิจฉัยว่าจำเลยได้กระทำความผิดอันเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของศาล จึงเห็นสมควรลดโทษให้จำเลย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วน"พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลย 22 ปี 2 เดือน 20 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดระนอง
จำเลย - นางนงค์นุช ซิ้มสกุล - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 53, ม. 78, ม. 86
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 — ม. 66 - องค์คณะ
- วิชัย ชื่นชมพูนุท
สุรินทร์ นาควิเชียร
อมร วีรวงศ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา