ฎีกา ปี พ.ศ. 2537
ฎีกาที่ 7291/2537
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ศาลแรงงานได้พิจารณาพยานหลักฐานที่ทุกฝ่ายนำสืบตามกฎหมายลักษณะพยานตลอดจนวิธีพิจารณาความแล้วข้อเท็จจริงปรากฎตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบรับฟังไม่ได้ความว่าโจทก์มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับจำเลยหรือจำเลยร่วมเป็นเหตุชัดแจ้งแล้วว่าโจทก์ไม่มีสิทธิใด ๆ ที่จะเรียกร้องข้อบังคับให้จำเลยหรือจำเลยร่วมให้ต้องรับผิดตามที่โจทก์ฟ้องสามารถสรุปผลในประเด็นแห่งคดีได้คือโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ต้องพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยไม่ต้องอาศัยเหตุผลจากพยานหลักฐานของจำเลยและจำเลยร่วมมาหักล้างพยานหลักฐานโจทก์อีก คำวินิจฉัยในส่วนพยานหลักฐานจำเลยและจำเลยร่วมจึงไม่จำเป็นในประเด็นแห่งคดี
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีทั้งสิบเจ็ดสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรวมพิจารณากับคดีอื่นอีกสี่สำนวนซึ่งถึงที่สุดไปโดยคู่ความมิได้อุทธรณ์ โดยให้เรียกโจทก์ทั้งสิบเจ็ดตามลำดับสำนวนว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 3 โจทก์ที่ 5ถึงที่ 13 โจทก์ที่ 15 ถึงที่ 18 และโจทก์ที่ 20 ที่ 21โจทก์ทั้งสิบเจ็ดฟ้องว่า นายบุญลือ พรมจันทร์ ผู้รับเหมาช่วงงานมาจากจำเลยซึ่งเป็นผู้รับเหมาชั้นต้น ได้จ้างโจทก์ทั้งสิบเจ็ดเข้าทำงานเป็นลูกจ้างตามวันเวลาและอัตราค่าจ้างตามฟ้องในช่วงวันที่ 1 สิงหาคม 2536 ถึงวันที่ 15 กันยายน 2536 นายบุญลือค้างชำระค่าจ้างโจทก์ จำเลยในฐานะผู้รับเหมาชั้นต้นจึงต้องร่วมรับผิดในเงินค่าจ้างที่ค้างชำระแก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าจ้างค้างจ่ายแก่โจทก์แต่ละคนตามฟ้องจำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยรับจ้างเหมาก่อสร้างกับบริษัทเมอร์ลินแกรเวล เซอร์วิส จำกัด จำเลยไม่เคยจ้างนายบุญลือ พรมจันทร์ ให้ทำงานเกี่ยวกับงานรับเหมาก่อสร้างให้จำเลย จึงไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางหมายเรียกบริษัทเอสทีวีคอนสตรั๊คชั่น จำกัดเข้ามาเป็นจำเลยร่วม เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเลยร่วมให้การว่า ในเดือนสิงหาคม 2536 และเดือนกันยายน 2536 จำเลยร่วมไม่ได้จ้างนายบุญลือ พรมจันทร์ ให้รับเหมาก่อสร้าง ให้จำเลยร่วม เพราะจำเลยร่วมได้ส่งมอบงานและขอเบิกค่าจ้างงวดที่ 20 ที่เป็นค่าจ้าง งวดสุดท้าย ตั้งแต่วันที่ 20มีนาคม 2536 จำเลยร่วมไม่มีนิติสัมพันธ์กับนายบุญลือ ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า พยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่านายบุญลือ พรมจันทร์ มีนิติสัมพันธ์กับจำเลยและจำเลยร่วมและจำเลยกับจำเลยร่วมมีหนี้ค้างชำระแก่โจทก์แต่ละคน พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งหมด ยกเว้นโจทก์ที่ 2 ที่ถอนฟ้องไปแล้วโจทก์ทั้งสิบเจ็ดสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปัญหาที่โจทก์ทั้งสิบเจ็ดสำนวนอุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางไม่ได้วินิจฉัยพยานจำเลยและจำเลยร่วมว่าสามารถหักล้างพยานโจทก์ได้หรือไม่ เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายลักษณะพยานและวิธีพิจารณาความในศาลแรงงานนั้น เห็นว่า ศาลแรงงานกลางได้พิจารณาพยานหลักฐานที่ทุกฝ่ายนำสืบตามกฎหมายลักษณะพยานตลอดจนวิธีพิจารณาความแล้ว ข้อเท็จจริงปรากฎตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบรับฟังไม่ได้ความว่าโจทก์มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับจำเลยหรือจำเลยร่วมเป็นเหตุชัดแจ้งแล้วว่าโจทก์ไม่มีสิทธิใด ๆ ที่จะเรียกร้องขอบังคับให้จำเลยหรือจำเลยร่วมให้ต้องรับผิดตามที่โจทก์ฟ้อง สามารถสรุปผลในประเด็นแห่งคดีได้คือโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ต้องพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยไม่ต้องอาศัยเหตุผลจากพยานหลักฐานของจำเลยและจำเลยร่วมมาหักล้างพยานหลักฐานโจทก์อีก คำวินิจฉัยในส่วนพยานหลักฐานจำเลยและจำเลยร่วมจึงไม่จำเป็นในประเด็นแห่งคดี ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้วพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาย สมบัติ พล ประถม
จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอสทีวีเอ็นจีเนียริ่ง
จำเลย - จำเลยร่วม
จำเลย - บริษัท เอสทีวีคอนสตรั๊คชั่น จำกัด ฯลฯ - กฎหมายที่อ้าง
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 — ม. 51
- องค์คณะ
- วินัย วิมลเศรษฐ
พรชัย สมรรถเวช
ชูชาติ ศรีแสง
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา