ฎีกา ปี พ.ศ. 2539 แพ่ง

ฎีกาที่ 734/2539

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

สัญญาเช่าซื้อคือสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่าและให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่าโดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราวแต่สัญญาฉบับที่โจทก์นำมาฟ้องสาระสำคัญไม่มีลักษณะที่จำเลยทั้งสองนำทรัพย์สินออกให้เช่าและให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นให้โจทก์แม้จะระบุว่าเป็นสัญญาเช่าซื้อสัญญาดังกล่าวก็หาเป็นสัญญาเช่าซื้อไม่

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนที่ดินตามสัญญาเช่าซื้อให้โจทก์ ณ สำนักงานที่ดินอำเภอหนองบัวระเหว ถ้าไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาแสดงเจตนาทำนิติกรรมแทนจำเลยทั้งองให้จำเลยทั้งสองเสียดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่าไม่เคยให้โจทก์เช่าซื้อที่ดิน น.ส.3 ก.เลขที่ 1366 และไม่เคยได้รับเงินจำนวน 75,000 บาท จากโจทก์สัญญาเช่าซื้อที่โจทก์นำมาฟ้องไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้วจึงให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งสองศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้องโจทก์ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ ฎีการะหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรมนางสมหวัง สายสุวรรณทายาทของจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาอนุญาตศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าสัญญาที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นสัญญาเช่าซื้อและมีผลบังคับได้ตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่าสัญญาเช่าซื้อนั้นคือสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้น หรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราวดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 แต่ตามสัญญาฉบับที่โจทก์นำมาฟ้องนั้นไม่มีลักษณะที่จำเลยทั้งสองนำทรัพย์สินออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นให้โจทก์ แม้สัญญาจะระบุว่าเป็นสัญญาเช่าซื้อ แต่สาระสำคัญในสัญญาไม่เข้าลักษณะสัญญาเช่าซื้อแล้ว สัญญาดังกล่าวก็หาเป็นสัญญาเช่าซื้อตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้นไม่ ดังนั้น เมื่อประเด็นข้อพิพาทมีเพียงว่าจำเลยทั้งสองให้โจทก์เช่าซื้อที่ดินพิพาทหรือไม่ และโจทก์ชำระค่าเช่าซื้อที่ดินแก่จำเลยทั้งสองครบถ้วนแล้วหรือไม่ จึงไม่มีประโยชน์ที่จะสืบพยานต่อไปเพราะตามคำฟ้องโจทก์บังคับไม่ได้อยู่แล้ว โดยไม่ต้องพิจารณาว่าจำเลยทั้งสองจะให้การต่อสู้อย่างไรและไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาอื่นตามฎีกาของโจทก์ต่อไป ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ฟ้องคดีใหม่ภายในกำหนดอายุความ

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย สันติพงษ์ นิมิตรดี
จำเลย - นาย ดื้อ อดทน กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 572
องค์คณะ
สุทธิ นิชโรจน์
สุชาติ ถาวรวงษ์
สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา