ฎีกา ปี พ.ศ. 2538 อาญา

ฎีกาที่ 7364 - 7365/2538

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษาคดีทั้งสองสำนวนเข้าด้วยกันแต่ในสำนวนหลังของศาลชั้นต้นผู้เสียหายมิได้ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องแล้วโจทก์และจำเลยที่8(โจทก์และจำเลยในสำนวนหลัง)มิได้ยื่นอุทธรณ์ผู้เสียหายจึงไม่มีสิทธิที่จะยื่นอุทธรณ์การที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ร่วมในสำนวนแรกยื่นอุทธรณ์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์เกี่ยวกับสำนวนคดีหลังจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบศาลอุทธรณ์ภาค1ไม่มีอำนาจที่จะพิจารณาพิพากษาคดีดังกล่าวได้คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค1เกี่ยวกับจำเลยที่8จึงไม่ชอบและไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่8ต่อไป

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดี ทั้ง สอง สำนวน นี้ ศาลชั้นต้น รวม พิจารณา พิพากษา เข้า ด้วยกันโดย เรียก จำเลย ที่ 1 ถึง ที่ 7 ใน สำนวน แรก ว่า จำเลย ที่ 1 ถึง ที่ 7และ เรียก จำเลย ใน สำนวน หลัง ว่า จำเลย ที่ 8โจทก์ ทั้ง สอง สำนวน ฟ้อง ขอให้ ลงโทษ จำเลย ทั้ง แปด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 264, 265, 266, 268, 341, 91 ให้จำเลย ทั้ง แปด คืน หรือ ใช้ เงิน 1,297,400 บาท แก่ ผู้เสียหาย และริบของกลางจำเลย ทั้ง แปด ให้การ ปฎิเสธระหว่าง พิจารณา นาย วิรัตน์ ผู้เสียหาย ยื่น คำร้องขอ เข้า ร่วม เป็น โจทก์ ใน สำนวน แรก ศาลชั้นต้น อนุญาตศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้องโจทก์ ทั้ง สอง สำนวนโจทก์ร่วม อุทธรณ์ ทั้ง สอง สำนวนศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษาแก้ เป็น ว่า จำเลย ที่ 1 ที่ 4 ถึง ที่ 8มี ความผิด ฐาน ใช้ เอกสารราชการ ปลอม ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,268 วรรคแรก , 83 ลงโทษ จำคุก คน ละ 2 ปี จำเลย ที่ 3 มี ความผิด ฐานเป็น ผู้สนับสนุน ใน ความผิด ฐาน ใช้ เอกสารราชการ ปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก , 86 ลงโทษ จำคุก1 ปี 4 เดือน นอกจาก ที่ แก้ ให้ เป็น ไป ตาม คำพิพากษา ศาลชั้นต้นจำเลย ที่ 1 ที่ 3 ถึง ที่ 8 ฎีกาศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า ใน สำนวน คดีอาญา หมายเลขแดง ที่ 981/2536(สำนวน หลัง ) ของ ศาลชั้นต้น นาย วิรัตน์ ผู้เสียหาย ไม่ได้ ยื่น คำร้องขอ เข้าร่วม เป็น โจทก์ เมื่อ ศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้อง แล้วโจทก์ และ จำเลย ที่ 8 มิได้ ยื่น อุทธรณ์ นาย วิรัตน์ ผู้เสียหาย ใน คดี ดังกล่าว จึง ไม่มี สิทธิ ที่ จะ ยื่น อุทธรณ์ การ ที่นาย วิรัตน์ ซึ่ง เป็น โจทก์ร่วม ใน สำนวน คดีอาญา หมายเลขแดง ที่ 980/2536 (สำนวน แรก )ยื่น อุทธรณ์ ฉบับ ลง ใน วันที่ 11 ตุลาคม 2536 โดย อุทธรณ์ ทั้ง สองสำนวน นั้น อุทธรณ์ เกี่ยวกับ สำนวน คดีอาญา หมายเลขแดง ที่ 981/2536จึง เป็น อุทธรณ์ ที่ ไม่ชอบ ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 ไม่มี อำนาจ ที่ จะ พิจารณาพิพากษา ดังกล่าว ได้ คำพิพากษา ของ ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 เกี่ยวกับจำเลย ที่ 8 จึง ไม่ชอบ ศาลฎีกา เห็นสมควร แก้ไข เสีย ให้ ถูกต้องและ ไม่จำต้อง วินิจฉัย ฎีกา ของ จำเลย ที่ 8 ต่อไปพิพากษาแก้ เป็น ว่า ให้ยก คำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 เฉพาะที่ เกี่ยวกับ จำเลย ที่ 8 ริบของกลาง นอกจาก ที่ แก้ ให้ เป็น ไป ตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ ภาค 1

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา
โจทก์ - โจทก์ร่วม
โจทก์ - นาย วิรัตน์ ตั้งอดุลย์รัตน์
จำเลย - สิบโท มานะ บุญกลาง กับพวก ฯลฯ
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 25, ม. 30, ม. 193
องค์คณะ
บรรเทิง มุลพรม
สมาน เวทวินิจ
สมิทธิ์ วราอุบล

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา