ฎีกา ปี พ.ศ. 2541 แพ่ง

ฎีกาที่ 7378/2541

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยแถลงต่อหน้าศาลว่าได้รับเงินจากโจทก์ 400,000 บาท ต่อมาจำเลยจะมาอ้างว่าแถลงด้วยความพลั้งเผลอไม่ได้เพราะกระบวนพิจารณาดังกล่าวได้ทำในศาลต่อหน้าโจทก์และจำเลย
บันทึกข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ระบุให้จำเลยไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่อาจจะมีขึ้นในปัจจุบันหรืออันจะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น มีลักษณะเป็นความตกลงที่ทำไว้ล่วงหน้า จำเลยจะอ้างมาปฏิเสธความรับผิดในกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของจำเลยไม่ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 373 จำเลยจึงต้องชำระค่าเสียหายและคืนเงินให้แก่โจทก์

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินจำนวน 333,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 333,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 13 พฤษภาคม 2536) เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 4,000 บาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 10,000 บาท แทนโจทก์
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยมีว่า จำเลยต้องรับผิดชำระค่าเสียหายและคืนเงินให้แก่โจทก์ตามฟ้องหรือไม่ เพียงใด จำเลยฎีกาว่า จำเลยรับเงินไปจากโจทก์เพียง 380,000 บาท และชำระให้บริษัทผู้ขายไปเพียง 230,000 บาท ไม่ใช่รับมาจำนวน 400,000 บาท ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 9 กันยายน 2536 ที่จำเลยแถลงรับตามรายงานกระบวนพิจารณาดังกล่าว เพราะความพลั้งเผลอของจำเลย เห็นว่า ในรายงานกระบวนพิจารณาวันที่ 9 กันยายน 2536 จำเลยแถลงว่าจำเลยได้รับเงินจากโจทก์จำนวน 400,000 บาท แล้วจำเลยจึงอ้างว่าได้แถลงไปด้วยความพลั้งเผลอของจำเลยไม่ได้ เพราะกระบวนพิจารณาดังกล่าวได้ทำในศาลต่อหน้าโจทก์และจำเลย
ส่วนที่จำเลยอ้างว่าจำเลยหลุดพ้นจากหนี้ที่มีต่อโจทก์ตามบันทึกข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยนั้น เอกสารดังกล่าวระบุให้จำเลยไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่อาจจะมีขึ้นในปัจจุบันหรืออันจะเกิดขึ้นในอนาคตนั้นมีลักษณะเป็นความตกลงที่ทำไว้ล่วงหน้า จำเลยจะอ้างมาปฏิเสธความรับผิดในกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของจำเลยไม่ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 373 บันทึกข้อตกลงดังกล่าวจึงไม่ทำให้จำเลยหลุดพ้นจากหน้าที่ที่จำเลยในฐานะตัวแทนของโจทก์ไม่นำเงินของโจทก์ที่ให้นำไปชำระแก่ผู้ขายตามกำหนดเวลาจนผู้ขายริบเงินของโจทก์ที่ได้ชำระไปแล้ว รวมทั้งเงินที่จำเลยต้องคืนให้โจทก์อยู่อีกแต่อย่างใด จำเลยจึงต้องชำระค่าเสียหายและคืนเงินให้แก่โจทก์ตามฟ้อง ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว
พิพากษายืน ให้จำเลยชำระค่าทนายความชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแทนโจทก์รวม 10,000 บาท.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นายทอร์ เฮลเกสัน
จำเลย - นางสาวฐิติยา ยิ้มจินดา
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 49, ม. 84 (1)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 373
องค์คณะ
อธิราช มณีภาค
อธิราช มณีภาค
ไพศาล เจริญวุฒิ
ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
ศาลจังหวัดชลบุรี - นายสนิท ตระกูลพรายงาม
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสมศักดิ์ อเนกพุฒิ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา