ฎีกา ปี พ.ศ. 2544 อาญา

ฎีกาที่ 7536/2544

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ขณะเกิดเหตุจำเลยอายุ 14 ปี แต่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาปรากฏแก่ศาลฎีกาว่า จำเลยอายุเกิน 18 ปีแล้ว จึงไม่อาจส่งจำเลยไปรับการฝึกและอบรมตามคำพิพากษาของศาลล่างได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74(5) ถือว่าเป็นกรณีที่พฤติการณ์เกี่ยวกับคำสั่งเดิมเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ศาลฎีกามีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งเดิมได้ ตามมาตรา 74 วรรคท้าย

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 138, 83, 80, 91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 102 ริบของกลาง เว้นแต่ธนบัตรของกลางที่ใช้ล่อซื้อคืนเจ้าของจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธระหว่างสืบพยานจำเลย จำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ออกจากสารบบความศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(2) ประกอบมาตรา 80, 138 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 2 อายุ 14 ปีจึงไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 แต่ให้ส่งจำเลยที่ 2 ไปรับการฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครสวรรค์ มีกำหนดตั้งแต่ 2 ปี ถึง 3 ปี ริบของกลาง เว้นแต่ธนบัตรของกลางที่ใช้ล่อซื้อคืนเจ้าของจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 กระทำผิดตามฟ้อง แต่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ส่งจำเลยที่ 2ไปรับการฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครสวรรค์ มีกำหนดตั้งแต่ 2 ปี ถึง 3 ปี นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะเกิดเหตุเมื่อปี 2539 จำเลยที่ 2 อายุ 14 ปี แต่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยที่ 2 อายุ 19 ปีแล้ว ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74บัญญัติว่า เด็กอายุกว่าเจ็ดปีแต่ยังไม่เกินสิบสี่ปีกระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดเด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ให้ศาลมีอำนาจที่จะดำเนินการดังต่อไปนี้...(5) "ส่งตัวเด็กนั้นไปยังโรงเรียน หรือสถานฝึกและอบรมหรือสถานที่ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อฝึกและอบรมเด็กตลอดระยะเวลาที่ศาลกำหนด แต่อย่าให้เกินกว่าที่เด็กนั้นจะมีอายุครบสิบแปดปี" ดังนั้นเมื่อความปรากฏแก่ศาลฎีกาเองว่า จำเลยที่ 2 อายุเกิน 18 ปีแล้วจึงไม่อาจส่งจำเลยที่ 2 ไปรับการฝึกและอบรมตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองได้ ถือว่าเป็นกรณีที่พฤติการณ์เกี่ยวกับคำสั่งเดิมเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ศาลฎีกามีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งเดิมได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 วรรคท้าย"พิพากษาแก้เป็นว่า ให้มารดาจำเลยที่ 2 รับตัวจำเลยที่ 2 ไปอบรมสั่งสอนและดูแลระมัดระวังมิให้จำเลยที่ 2 ก่อเหตุร้ายหรือกระทำผิดอาญาใด ๆ ขึ้นอีกภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยที่ 2 ฟัง มิฉะนั้นศาลจะปรับครั้งละ 500 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74(2)

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี
จำเลย - นาย อดุลย์ เอี่ยมละออ กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 74
องค์คณะ
วัฒนชัย โชติชูตระกูล
ม.ล.เฉลิมชัย เกษมสันต์
วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา