ฎีกา ปี พ.ศ. 2538 แพ่ง

ฎีกาที่ 773/2538

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

การที่ผู้ร้องซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัด พ. ให้การต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เกี่ยวกับมูลหนี้ตามบันทึกรับสภาพหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัด พ.ก่อนที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทวงหนี้ไปยังผู้ร้อง ไม่ใช่ผู้ร้องยอมรับในส่วนของผู้ร้องว่าเป็นหนี้จำเลย บันทึกคำให้การของผู้ร้องไม่ใช่การรับสภาพความรับผิดโดยสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 188 วรรคสาม (เดิม) แม้ผู้ร้องต้องร่วมรับผิดในหนี้ของห้างโดยไม่จำกัดจำนวนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1077 แต่ผู้ร้องก็อยู่ในฐานะลูกหนี้ร่วมกับห้างซึ่งมีสิทธิยกอายุความขึ้นต่อสู้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 295 แม้ห้างถูกเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทวงหนี้จนศาลได้ออกคำบังคับเพราะเป็นหนี้เด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 119 แล้วก็ตาม เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทวงหนี้ไปยังผู้ร้องให้ร่วมรับผิดในหนี้ของห้างเมื่อพ้น 2 ปีนับแต่ห้างผิดนัดชำระหนี้ในมูลหนี้ผู้เป็นพ่อค้าเรียกเอาค่าที่ได้ส่งมอบของ สิทธิเรียกร้องให้ผู้ร้องชำระหนี้ย่อมขาดอายุความ

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านมีหนังสือถึงผู้ร้องในฐานะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรมอเตอร์หาดใหญ่ให้ชำระหนี้ค่ารถยนต์เป็นเงินจำนวน5,281,419 บาท พร้อมดอกเบี้ย ผู้ร้องปฏิเสธหนี้ดังกล่าวต่อผู้คัดค้านว่า สิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ขาดอายุความแล้วผู้คัดค้านทำการสอบสวนแล้วมีหนังสือยืนยันให้ผู้ร้องชำระหนี้ดังกล่าว ขอให้จำหน่ายชื่อผู้ร้องออกจากบัญชีลูกหนี้ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องในฐานะหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรมอเตอร์หาดใหญ่ต้องร่วมรับผิดในหนี้ดังกล่าวโดยไม่จำกัดจำนวนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1077 และห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรมอเตอร์หาดใหญ่และผู้ร้องได้ละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความแล้ว ผู้ร้องจึงต้องห้ามมิให้ยกอายุความขึ้นต่อสู้เพื่อปัดความรับผิด ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำหน่ายผู้ร้องจากบัญชีลูกหนี้ผู้คัดค้านฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงซึ่งคู่ความไม่โต้แย้งรับฟังได้ว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรมอเตอร์หาดใหญ่ซึ่งมีผู้ร้องเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นหนี้ค่าซื้อรถยนต์จำเลย และได้ทำบันทึกรับสภาพหนี้ดังกล่าวให้จำเลยไว้ ผู้คัดค้านได้มีหนังสือแจ้งให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรมอเตอร์หาดใหญ่ชำระหนี้ดังกล่าวแก่กองทรัพย์สินของจำเลยตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 119 ห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรมอเตอร์หาดใหญ่ไม่ได้ปฏิเสธหนี้ต่อผู้คัดค้าน คงมีแต่ผู้ร้องให้ถ้อยคำถึงความเป็นมาของหนี้จำนวนดังกล่าวต่อผู้คัดค้าน หนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรมอเตอร์หาดใหญ่ดังกล่าวจึงเป็นหนี้กองทรัพย์สินของจำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 119 วรรคหนึ่ง และศาลได้ออกคำบังคับให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรมอเตอร์หาดใหญ่ชำระหนี้จำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยแล้วต่อมาผู้คัดค้านมีหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรมอเตอร์หาดใหญ่ชำระหนี้จำนวนดังกล่าวผู้ร้องปฏิเสธหนี้ต่อผู้คัดค้านว่าสิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ขาดอายุความแล้ว จากนั้นผู้คัดค้านมีหนังสือยืนยันไปยังผู้ร้องให้ชำระหนี้จำนวนดังกล่าวผู้คัดค้านฎีกาข้อแรกว่า การที่ผู้ร้องให้การต่อผู้คัดค้านโดยยอมรับว่าเป็นหนี้จำเลยจริง ไม่ได้โต้แย้งเรื่องอายุความและผู้ร้องได้ลงลายมือชื่อในคำให้การร่วมกับผู้คัดค้านเป็นการรับสภาพความรับผิดโดยสัญญาต่อผู้คัดค้าน อายุความต้องเริ่มนับใหม่ตั้งแต่วันดังกล่าว เมื่อนับถึงวันที่ผู้ร้องได้รับหนังสือทวงหนี้ของผู้คัดค้านยังไม่ถึง 2 ปี คดีจึงยังไม่ขาดอายุความ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามรายงานผู้คัดค้านว่า ที่ผู้ร้องให้การต่อผู้คัดค้านนั้น เป็นการให้การเกี่ยวกับมูลหนี้ตามบันทึกรับสภาพหนี้ซึ่งเป็นการรับสภาพหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรมอเตอร์หาดใหญ่ต่อจำเลย เป็นการให้การก่อนที่ผู้คัดค้านมีหนังสือทวงหนี้ไปยังผู้ร้อง จึงไม่อาจรับฟังว่าผู้ร้องยอมรับในส่วนของผู้ร้องว่าเป็นหนี้จำเลย และคำให้การดังกล่าวไม่มีสภาพเป็นการที่ผู้ร้องได้รับสภาพความรับผิดโดยสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 188 วรรคสาม (เดิม)ผู้คัดค้านฎีกาข้อหลังว่า ผู้ร้องเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรมอเตอร์หาดใหญ่ เมื่อห้างดังกล่าวซึ่งเป็นลูกหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัดจนศาลออกคำบังคับแล้วผู้ร้องในฐานะหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดต้องร่วมรับผิดในหนี้ของห้างโดยไม่จำกัดจำนวนโดยไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1077 ผู้ร้องจึงยกอายุความขึ้นต่อสู้ไม่ได้ เห็นว่า แม้ผู้ร้องต้องร่วมรับผิดในหนี้ของห้างโดยไม่จำกัดจำนวนตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ผู้คัดค้านยกขึ้นอ้างดังกล่าวก็ตาม แต่ผู้ร้องก็อยู่ในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมกับห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรมอเตอร์หาดใหญ่ ผู้ร้องย่อมยกอายุความขึ้นต่อสู้ผู้คัดค้านได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 295ดังนั้น เมื่อผู้คัดค้านทวงหนี้ไปยังผู้ร้องให้ร่วมรับผิดในหนี้ของห้างดังกล่าวเมื่อพ้นกำหนด 2 ปี นับแต่ห้างดังกล่าวผิดนัดชำระหนี้ในมูลหนี้ผู้เป็นพ่อค้าเรียกเอาค่าที่ได้ส่งมอบของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165 (1)(เดิม) หรือมาตรา 193/34(1)(ใหม่) สิทธิเรียกร้องให้ผู้ร้องชำระหนี้ย่อมขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1080ประกอบด้วยมาตรา 1070 และ มาตรา 163 (เดิม) หรือมาตรา 193/9 (ใหม่)พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นายไกรศรี ตุลารักษ์ กับพวก
ผู้ร้อง - นายพิทักษ์ พงษ์ปฐม
ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
จำเลย - บริษัทกรรณสูตเจเนอรัลแอสเซมบลี จำกัด
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 193/28 วรรคสอง, ม. 295, ม. 1077
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 — ม. 119
องค์คณะ
จิระ บุญพจนสุนทร
สมาน เวทวินิจ
สมิทธิ์ วราอุบล

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา