ฎีกา ปี พ.ศ. 2533 แพ่ง

ฎีกาที่ 785/2533

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปตามที่โจทก์และจำเลยตกลงประนีประนอมยอมความกันแล้ว จำเลยจะมาขอให้พิจารณาใหม่โดยอ้างว่าจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์และถูกฉ้อฉลหาได้ไม่ เพราะไม่ใช่เรื่องจำเลยแพ้คดีเพราะขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินต้นพร้อมด้วยดอกเบี้ยที่จำเลยที่ 1ร่วมกับจำเลยที่ 2 กู้ไปจากโจทก์ ต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอ้างว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาประนีประนอมยอมความไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และถูกโจทก์ฉ้อฉล ขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เมื่อศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตามที่โจทก์จำเลยได้ตกลงประนีประนอมยอมความกันแล้ว คำพิพากษาตามยอมนั้นย่อมผูกพันโจทก์จำเลยอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145 หากจำเลยไม่พอใจคำพิพากษาเช่นว่านั้นก็อาจอุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138, 223 ซึ่งก็ปรากฏว่าคดีนี้ได้ถึงที่สุดแล้วโดยไม่มีการอุทธรณ์ การที่จำเลยจะขอให้มีการพิจารณาใหม่ได้นั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 207 บัญญัติว่า ต้องเป็นเรื่องแพ้คดีเพราะขาดนัดพิจารณาคดีนี้จำเลยที่ 1 ขอพิจารณาใหม่โดยอ้างว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาประนีประนอมยอมความไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และถูกโจทก์ฉ้อฉลซึ่งไม่ใช่เรื่องจำเลยแพ้คดีเพราะขาดนัดพิจารณา จำเลยจึงไม่มีสิทธิขอพิจารณาใหม่ตามมาตรา 207 ดังกล่าวได้ ฎีกาจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาง จินดา ทรัพย์ สมบูรณ์
จำเลย - นาย บุญ ญะ ใจชื่น กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 145, ม. 207
องค์คณะ
พนม พ่วงภิญโญ
จองทรัพย์ เที่ยงธรรม
อุดม มั่งมีดี

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา