ฎีกา ปี พ.ศ. 2538 อาญา

ฎีกาที่ 7888/2538

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ในระหว่างฎีกาปรากฏว่าผู้ประกันจำเลยได้นำตัวจำเลยส่งมอบต่อศาลและได้ยื่นคำร้องขอลดค่าปรับซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งลดค่าปรับให้คดีถึงที่สุดและผู้ประกันจำเลยได้ชำระค่าปรับต่อศาลชั้นต้นถูกต้องครบถ้วนแล้วศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งงดการบังคับคดีและคืนหลักประกันดังนั้นปัญหาตามฎีกาพนักงานอัยการที่ว่าพนักงานอัยการไม่มีหน้าที่ดำเนินการบังคับคดีโดยไปนำยึดหรือมอบหมายให้ผู้อื่นไปนำยึดทรัพย์สินของผู้ประกันจำเลยจึงไม่มีประโยชน์ที่ศาลฎีกาจะพิจารณาต่อไป

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดี สืบเนื่อง จาก ศาลชั้นต้น มี คำสั่ง ปรับ ผู้ประกัน จำเลย แต่ผู้ประกัน ไม่นำ เงิน มา ชำระ ค่าปรับ ตาม เวลา ที่ ศาลชั้นต้น กำหนดศาลชั้นต้น แจ้ง ให้ พนักงานอัยการ ดำเนินการ บังคับคดี พนักงานอัยการยื่น คำร้องขอ ให้ ออกหมาย บังคับคดี ออกหมาย เรียก ผู้ประกัน มา สอบถามถึง ทรัพย์สิน ที่ เป็น หลักประกัน และ สั่ง ผู้ประกัน เป็น ผู้นำยึดทรัพย์ ที่ เป็น หลักประกัน ศาลชั้นต้น ออกหมาย บังคับคดี และ เรียกผู้ประกัน มา สอบถาม เกี่ยวกับ ทรัพย์สิน ที่ เป็น หลักประกัน โดย ให้ผู้ประกัน เขียน แผนที่ ที่ ตั้ง ทรัพย์สิน เป็น หลักประกัน แล้ว ส่วนคำขอ ที่ ให้ สั่ง ผู้ประกัน ไป นำยึด ทรัพย์สิน ที่ เป็น หลักประกัน นั้นศาลชั้นต้น เห็นว่า พนักงานอัยการ จะ ต้อง เป็น ผู้นำยึด จึง ยก คำขอ นี้พนักงานอัยการ ยื่น คำแถลง ต่อ ศาล ว่า พนักงานอัยการ มีอำนาจหน้าที่ ดำเนินคดี ใน การ บังคับ ให้ เป็น ไป ตาม สัญญาประกัน ซึ่ง หมายถึงการ ขอให้ ศาล ออกหมาย บังคับคดี เท่านั้น การ นำยึด ไม่ใช่ เรื่องการ ดำเนินคดี พนักงานอัยการ ไม่มี หน้าที่ ต้อง นำยึด พนักงานอัยการไม่ใช่ คู่สัญญา กับ ผู้ประกัน ไม่มี ทาง รู้ ว่า ทรัพย์สิน ตาม คำร้องขอ ให้ปล่อย ชั่วคราว ว่า อยู่ ที่ ไหน มี อยู่ จริง หรือไม่ ศาล เป็น เจ้าหนี้ตาม คำพิพากษา ขอให้ ส่ง เจ้าพนักงาน ศาล เป็น ผู้นำยึดศาลชั้นต้น สั่ง ว่า พนักงานอัยการ มีอำนาจ และ หน้าที่ ใน การนำยึด ทรัพย์สิน ของ ผู้ประกัน จึง ไม่อาจ ขอให้ ศาล สั่ง เจ้าพนักงาน ศาลเป็น ผู้นำยึดพนักงานอัยการ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษายืนพนักงานอัยการ ฎีกาศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า ที่ พนักงานอัยการ ฎีกา ว่า พนักงานอัยการเป็น ทนายแผ่นดิน มีอำนาจ และ หน้าที่ ดำเนินคดี ใน การ บังคับ ให้ เป็น ไปตาม สัญญาประกัน คือ การ ร้องขอ ให้ ศาล ออกหมาย บังคับคดี เท่านั้นการ ยึดทรัพย์ ไม่ใช่ การ ดำเนินคดี พนักงานอัยการ จึง ไม่มี หน้าที่ต้อง นำยึด หรือ มอบหมาย ให้ ผู้ใด นำยึด นั้น เห็นว่า ใน ระหว่าง ฎีกาปรากฏ ใน สำนวน ว่า ผู้ประกัน จำเลย ได้ นำตัว จำเลย ส่งมอบ ต่อ ศาลและ ได้ ยื่น คำร้องขอ ลด ค่าปรับ ซึ่ง ศาลชั้นต้น ได้ มี คำสั่งลด ค่าปรับ ให้ คดีถึงที่สุด และ ผู้ประกัน จำเลย ได้ ชำระ ค่าปรับ ต่อศาลชั้นต้น ถูกต้อง ครบถ้วน แล้ว ศาลชั้นต้น ได้ มี คำสั่ง งดการบังคับคดีและ คืน หลักประกัน ดังนั้น ปัญหา ตาม ฎีกา พนักงานอัยการ ที่ ว่าพนักงานอัยการ ไม่มี หน้าที่ ดำเนินการ บังคับคดี โดย ไป นำยึด หรือมอบหมาย ให้ ผู้อื่น ไป นำยึด ทรัพย์สิน ของ ผู้ประกัน จำเลย จึง ไม่มีประโยชน์ ที่ ศาลฎีกา จะ พิจารณา ต่อไปให้ จำหน่ายคดี เสีย จาก สารบบความ

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร
จำเลย - นาง ซูเฮีย ใบเนียม
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 119
พระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ.2498 — ม. 4, ม. 11 (8)
องค์คณะ
ปราโมทย์ ชพานนท์
อุระ หวังอ้อมกลาง
เสริม บุญทรงสันติกุล

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา