ฎีกา ปี พ.ศ. 2538 แพ่ง
ฎีกาที่ 7953/2538
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ตามสัญญาเอกสารหมายจ.4ข้อ4ระบุไว้ว่า"เมื่อครบกำหนดส่งมอบสิ่งของตามข้อตกลงแล้วถ้าผู้ขายไม่ส่งมอบสิ่งของซึ่งตกลงขายให้แก่ผู้ซื้อหรือส่งมอบสิ่งของทั้งหมดไม่ถูกต้องหรือส่งมอบสิ่งของไม่ครบตามจำนวนผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกข้อตกลงได้ในกรณีเช่นนี้ผู้ขายยอมชดใช้ค่าปรับกรณีผิดข้อตกลงในอัตราร้อยละ10ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบและถ้าผู้ซื้อจัดซื้อสิ่งของจากบุคคลอื่นเต็มจำนวนหรือเฉพาะจำนวนที่ขาดส่งแล้วแต่กรณีภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันเลิกข้อตกลงผู้ขายต้องรับผิดชอบชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นจากราคาที่ตกลงซื้อไว้ หากผู้ซื้อไม่ใช้สิทธิบอกเลิกข้อตกลงผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละศูนย์จุดสอง(0.2)วันถัดจากวันครบกำหนดในใบสั่งซื้อนี้จนถึงวันที่ผู้ขายได้นำสิ่งของมาส่งให้แก่ผู้ซื้อจนถูกต้องครบถ้วน ในระหว่างที่มีการปรับตามวรรคสองถ้าผู้ซื้อเห็นว่าผู้ขายไม่อาจปฎิบัติตามข้อตกลงต่อไปได้ผู้ซื้อจะใช้สิทธิบอกเลิกข้อตกลงและในกรณีเช่นนี้ผู้ขายยอมชดใช้ค่าปรับผิดข้อตกลงในอัตราร้อยละ10ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบกับเรียกร้องให้ชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นตามที่กำหนดไว้ในข้อ4วรรคแรกนอกเหนือจากการปรับจนถึงวันบอกเลิกข้อตกลงด้วยก็ได้" ตามข้อสัญญาดังกล่าวการที่โจทก์มีสิทธิปรับเป็นรายวันตามสัญญาข้อ4วรรคสองนั้นเป็นกรณีที่เมื่อจำเลยไม่ส่งมอบสิ่งของภายในกำหนดเวลาตามสัญญาแล้วโจทก์ยังไม่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาหากแต่ยังคงให้สัญญามีผลผูกพันต่อไปโดยยินยอมให้เวลาจำเลยส่งมอบสิ่งของภายหลังจากครบกำหนดเวลาตามสัญญาแล้วได้จึงเรียกค่าปรับเป็นรายวันได้นับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดส่งมอบตามสัญญาจนถึงวันที่จำเลยส่งมอบสิ่งของถูกต้องครบถ้วนส่วนการที่จะมีสิทธิปรับเป็นรายวันตามสัญญาข้อ4วรรคสามนั้นเป็นกรณีที่โจทก์บอกเลิกสัญญาในระหว่างที่มีการปรับตามสัญญาข้อ4วรรคสองแล้วกล่าวคือโจทก์ได้ปฎิบัติตามสัญญาข้อ4วรรคสองและเรียกให้จำเลยชำระค่าปรับเป็นรายวันแล้วจากนั้นหากยังเห็นว่าจำเลยไม่อาจปฎิบัติตามสัญญาต่อไปได้แล้วจึงใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเช่นนี้จึงจะมีสิทธิเรียกค่าปรับเป็นรายวันได้จนถึงวันบอกเลิกสัญญาคดีนี้เมื่อจำเลยไม่ส่งมอบสิ่งของให้โจทก์ภายในกำหนดตามสัญญาโจทก์ยังไม่บอกเลิกสัญญาทันทีโดยได้มีหนังสือแจ้งเตือนให้จำเลยส่งมอบสิ่งของต่อไปและสงวนสิทธิในการปรับแต่การสงวนสิทธิในการปรับนี้ถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้เรียกให้จำเลยชำระค่าปรับเป็นรายวันแล้วเมื่อต่อมาโจทก์เห็นว่าจำเลยส่งมอบสิ่งของให้โจทก์ไม่ได้จึงบอกเลิกสัญญาดังนั้นจึงไม่ใช่การบอกเลิกสัญญาในระหว่างที่มีการปรับเป็นรายวันอันจะมีสิทธิปรับจำเลยเป็นรายวันได้ดังที่กำหนดไว้ตามสัญญาข้อ4วรรคสาม
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 7,486.60 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5ต่อปี ของต้นเงิน 5,444.80 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน3,670 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,800 บาทนับแต่วันที่ 14 สิงหาคม (ที่ถูกวันที่ 14สิงหาคม 2528) เป็นต้นไปจนครบกำหนด 5 ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวน 3,670 บาทนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงจึงต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองได้ฟังมาว่าจำเลยทั้งสามได้ทำสัญญาขายน้ำยาทำความสะอาดพื้นและน้ำยาเคลือบเงาพื้นรวมราคา 8,700 บาท แก่โจทก์ โดยมีกำหนดส่งมอบของตามสัญญาซื้อขายภายในวันที่ 4 พฤษภาคม 2528 ตามสัญญาเอกสารหมาย จ.4 เมื่อครบกำหนดเวลาตามสัญญา จำเลยทั้งสามผิดนัดไม่ส่งมอบของให้โจทก์ตามสัญญา โจทก์มีหนังสือแจ้งเตือนให้จำเลยปฎิบัติตามสัญญาและแจ้งบอกสงวนสิทธิในการเรียกเงินค่าปรับ ต่อมาโจทก์เห็นว่าจำเลยไม่อาจปฎิบัติตามสัญญาต่อไปได้ โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2528และในวันที่ 22 สิงหาคม 2528 โจทก์จึงจัดหาซื้อน้ำยาทำความสะอาดและน้ำยาเคลือบเงาพื้นมาใช้ในกิจการของโจทก์มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์มีสิทธิเรียกค่าปรับเป็นรายวันนับถัดจากวันครบกำหนดส่งมอบตามสัญญาจนถึงวันบอกเลิกสัญญารวม 102 วัน เป็นเงิน 1,774.80 บาท หรือไม่พิเคราะห์แล้ว ตามสัญญาเอกสารหมาย จ.4 ข้อ 4 กำหนดไว้ว่า เมื่อครบกำหนดส่งมอบสิ่งของตามข้อตกลงแล้ว ถ้าผู้ขายไม่ส่งมอบสิ่งของซึ่งตกลงขายให้แก่ผู้ซื้อ หรือส่งมอบสิ่งของทั้งหมดไม่ถูกต้อง หรือส่งมอบสิ่งของไม่ครบตามจำนวน ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกข้อตกลงได้ ในกรณีเช่นนี้ผู้ขายยอมชดใช้ค่าปรับกรณีผิดข้อตกลงในอัตราร้อยละ 10 ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบ และถ้าผู้ซื้อจัดซื้อสิ่งของจากบุคคลอื่นเต็มจำนวนหรือเฉพาะจำนวนที่ขาดส่งแล้วแต่กรณีภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันเลิกข้อตกลง ผู้ขายต้องรับผิดชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นจากราคาที่ตกลงซื้อไว้ หากผู้ซื้อไม่ใช้สิทธิบอกเลิกข้อตกลง ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละศูนย์จุดสอง (0.2) ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดในใบสั่งซื้อนี้ จนถึงวันที่ผู้ขายได้นำสิ่งของมาส่งให้แก่ผู้ซื้อจนถูกต้องครบถ้วนในระหว่างที่มีการปรับตามวรรคสอง ถ้าผู้ซื้อเห็นว่าผู้ขายไม่อาจปฎิบัติตามข้อตกลงต่อไปได้ ผู้ซื้อจะใช้สิทธิบอกเลิกข้อตกลงและในกรณีเช่นนี้ผู้ขายยอมชดใช้ค่าปรับกรณีผิดข้อตกลงในอัตราร้อยละ 10 ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบ กับเรียกร้องให้ชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นตามที่กำหนดไว้ในข้อ 4 วรรคแรก นอกเหนือจากการปรับจนถึงบอกเลิกข้อตกลงด้วยก็ได้ตามข้อสัญญาดังกล่าว เห็นว่า การที่โจทก์มีสิทธิปรับเป็นรายวันตามสัญญาข้อ 4 วรรคสอง นั้น เป็นกรณีที่เมื่อจำเลยไม่ส่งมอบสิ่งของภายในกำหนดเวลาตามสัญญาแล้ว โจทก์ยังไม่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา หากแต่ยังคงให้สัญญามีผลผูกพันต่อไปโดยยินยอมให้เวลาจำเลยส่งมอบสิ่งของภายหลังจากครบกำหนดเวลาตามสัญญาแล้วได้ จึงเรียกค่าปรับเป็นรายวันได้นับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดส่งมอบตามสัญญาจนถึงวันที่จำเลยส่งมอบสิ่งของถูกต้องครบถ้วน ส่วนการที่จะมีสิทธิปรับเป็นรายวันตามสัญญาข้อ 4 วรรคสาม นั้น เป็นกรณีที่โจทก์บอกเลิกสัญญาในระหว่างที่มีการปรับตามสัญญาข้อ 4 วรรคสอง แล้ว กล่าวคือโจทก์ได้ปฎิบัติตามสัญญาข้อ 4 วรรคสอง และเรียกให้จำเลยชำระค่าปรับเป็นรายวันแล้ว จากนั้นหากยังเห็นว่าจำเลยไม่อาจปฎิบัติตามสัญญาต่อไปได้แล้วจึงใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา เช่นนี้จึงจะมีสิทธิเรียกค่าปรับเป็นรายวันได้จนถึงวันบอกเลิกสัญญาคดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ยุติว่า เมื่อจำเลยไม่ส่งมอบสิ่งของให้โจทก์ภายในกำหนดตามสัญญา โจทก์ยังไม่บอกเลิกสัญญาทันทีโดยได้มีหนังสือแจ้งเตือนให้จำเลยส่งมอบสิ่งของต่อไปและสงวนสิทธิในการปรับ แต่การสงวนสิทธิในการปรับนี้ถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้เรียกให้จำเลยชำระค่าปรับเป็นรายวันแล้ว เมื่อต่อมาโจทก์เห็นว่าจำเลยส่งมอบสิ่งของให้โจทก์ไม่ได้จึงบอกเลิกสัญญา ดังนั้น จึงไม่ใช่การบอกเลิกสัญญาในระหว่างที่มีการปรับเป็นรายวันอันจะมีสิทธิปรับจำเลยเป็นรายวันได้ดังที่กำหนดไว้ตามสัญญาข้อ 4 วรรคสามพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - มหาวิทยาลัยขอนแก่น
จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดบอลล์อินดัสทรีส์ (ไทยแลนด์) กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 171, ม. 368
- องค์คณะ
- สันติ ทักราล
อุดม มั่งมีดี
สวรรค์ ศักดารักษ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา