ฎีกา ปี พ.ศ. 2543 อาญา
ฎีกาที่ 7959/2543
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ศาลจะสั่งริบทรัพย์สินที่จำเลยได้มาโดยได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(2) ได้ก็ต่อเมื่อมีการกระทำความผิดนั้นและโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดนั้นด้วย จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแต่ยังมิได้จำหน่ายให้แก่ลูกค้า เจ้าพนักงานตำรวจก็จับจำเลยพร้อมกับยึดยาเสพติดให้โทษดังกล่าวและธนบัตรของกลางได้เสียก่อน ธนบัตรของกลางจึงไม่เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ หรือวัตถุอื่น ซึ่งจำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 102 เมื่อไม่มีความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางเกิดขึ้นและโจทก์มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโจทก์จะขอให้ศาลสั่งริบเงินของกลางโดยอ้างว่าจำเลยได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษหาได้ไม่ แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ ศาลก็ไม่อาจสั่งริบธนบัตรของกลางดังกล่าวได้และต้องคืนให้แก่เจ้าของ แม้จำเลยจะไม่ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 1,712 เม็ด หนัก 150.202 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนัก 25.024 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนกฎหมายเจ้าพนักงานจับกุมจำเลยได้พร้อมกับยึดเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าวและเงินสด 650 บาท ที่จำเลยได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษเป็นของกลาง เมทแอมเฟตามีนของกลางเหลือจากการตรวจพิสูจน์ 147.800 กรัม ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66,102 และริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคหนึ่ง,102 จำคุก 22 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุก 11 ปี ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน1,712 เม็ด หนัก 150.202 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนัก 25.024 กรัมอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยนายดาบตำรวจวิฑูรย์ หมื่นจำปา กับพวกซึ่งออกตรวจท้องที่ที่รับผิดชอบได้รับแจ้งจากสายลับว่า จำเลยกำลังขับรถจักรยานยนต์คันหมายเลขทะเบียน ลำพูน ผ -1800 นำยาเสพติดให้โทษดังกล่าวจะไปส่งให้ลูกค้านายดาบตำรวจวิฑูรย์กับพวกจึงดักจับกุมจำเลยได้พร้อมด้วยยาเสพติดให้โทษดังกล่าวและธนบัตรจำนวน 650 บาท เป็นของกลาง ชั้นจับกุมจำเลยให้การปฏิเสธ แต่ชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของศาลจำเลยให้การรับสารภาพคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า สมควรลงโทษจำเลยในสถานเบาหรือไม่ เห็นว่า พฤติการณ์ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยมานั้น ถือว่าเหมาะสมและเป็นคุณแก่จำเลยแล้วอนึ่ง สำหรับธนบัตรของกลางจำนวน 650 บาท นั้น ความปรากฏแต่เพียงว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยยังมิได้จำหน่ายให้แก่ลูกค้า นายดาบตำรวจวิฑูรย์กับพวกก็ดักจับกุมจำเลยพร้อมกับยึดยาเสพติดให้โทษดังกล่าวได้เสียก่อนธนบัตรของกลางจึงยังไม่อาจรับฟังได้ว่า เป็นเครื่องมือ เครื่องใช้หรือวัตถุอื่น ซึ่งจำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิด ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 102 ตามคำขอให้ริบของโจทก์และกรณีที่ศาลจะสั่งริบทรัพย์สินที่จำเลยได้มาโดยได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(2) ได้ก็ต่อเมื่อมีการกระทำความผิดนั้น และโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดนั้นด้วย เมื่อไม่ปรากฏว่ามีความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางเกิดขึ้น และโจทก์มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโจทก์จะขอให้ศาลสั่งริบเงินจำนวน 650 บาท ของจำเลยโดยอ้างว่าจำเลยได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษหาได้ไม่ แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ ศาลก็ไม่อาจสั่งริบธนบัตรของกลางดังกล่าวได้และต้องคืนให้แก่เจ้าของ ทั้งเรื่องนี้แม้จำเลยจะไม่ยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็ชอบที่จะยกขึ้นวินิจฉัยได้เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยพิพากษาแก้เป็นว่า ธนบัตรของกลางจำนวน 650 บาท ไม่ริบและให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน
จำเลย - นาย สุข สุดวงรัตน์ - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 33 (2)
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 195
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 — ม. 102 - องค์คณะ
- ระพิณ บุญสิทธิ์
สุเทพ เจตนาการณ์กุล
วิชัย วิสิทธวงศ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา