ฎีกา ปี พ.ศ. 2538
ฎีกาที่ 8013/2538
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
แม้ตามคำขอท้ายคำร้องของนายจ้างผู้ร้องได้ขอให้ศาลแรงงานอนุญาตลงโทษลูกจ้างผู้คัดค้านด้วยการตักเตือนเป็นหนังสือก็ตามแต่ตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องได้กำหนดโทษทางวินัยไว้ว่าพนักงานผู้ใดฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานจะถูกพิจารณาลงโทษตามที่เห็นสมควรดังนี้(1)ตักเตือนด้วยวาจา(2)ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร(3)ตัดค่าจ้าง(4)ลดค่าจ้าง(5)พักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างไม่เกิน7วัน(6)เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยจะเห็นได้ว่าการพิจารณาลงโทษพนักงานตามระเบียบข้อบังคับดังกล่าวต้องดูพฤติการณ์ของพนักงานที่กระทำการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับตามความร้ายแรงเป็นเรื่องๆไปกรณีคดีนี้ผู้คัดค้านขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเป็นครั้งแรกและผู้ร้องมิได้เกิดความเสียหายที่ศาลแรงงานมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษตักเตือนผู้คัดค้านด้วยวาจาจึงเป็นการใช้ดุลพินิจตามที่เห็นสมควรและเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้วทั้งโทษตักเตือนด้วยวาจาที่ศาลแรงงานมีคำสั่งอนุญาตก็เป็นโทษที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องหาใช่เป็นการอนุญาตให้ลงโทษต่ำกว่าโทษที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานไม่และคำสั่งของศาลแรงงานที่อนุญาตให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ.2518มาตรา52ดังกล่าวมีผลเป็นเพียงการอนุญาตให้สิทธิแก่ผู้ร้องที่จะตักเตือนด้วยวาจาแก่ผู้คัดค้านได้เท่านั้นมิใช่เป็นคำสั่งแทนผู้ร้องให้มีผลลงโทษตักเตือนด้วยวาจาแก่ผู้คัดค้านได้โดยทันทีหากผู้ร้องประสงค์จะใช้สิทธิลงโทษตักเตือนผู้คัดค้านด้วยวาจาดังกล่าวก็จะต้องดำเนินการตักเตือนด้วยวาจาแก่ผู้คัดค้านเป็นอีกส่วนหนึ่งนอกจากนี้โทษตักเตือนด้วยวาจาก็เป็นโทษสถานเบากว่าโทษตักเตือนเป็นหนังสือตามที่ผู้ร้องร้องขอคำสั่งของศาลแรงงานที่อนุญาตให้ลงโทษตักเตือนผู้คัดค้านด้วยวาจาดังกล่าวจึงเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ.2522มาตรา52ที่บัญญัติห้ามมิให้ศาลแรงงานพิพากษาหรือสั่งเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฎในคำฟ้อง
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านเป็นลูกจ้างของผู้ร้องและเป็นกรรมการลูกจ้าง ผู้บังคับบัญชาได้สั่งให้ผู้คัดค้านเชื่อมชิ้นงาน ไอ 428 ซึ่งเป็นงานเร่งด่วน และผู้ใต้บังคับบัญชาได้สั่งให้ผู้คัดค้านประกอบชิ้นงาน แต่ผู้คัดค้านไม่ยอมปฎิบัติตามคำสั่งดังกล่าว เป็นการกระทำผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานขอให้ศาลแรงงานกลางอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านโดยการตักเตือนเป็นหนังสือผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้คัดค้านไม่ปฎิบัติเชื่อมชิ้นงานไอ 428 ตามคำสั่งของหัวหน้างาน เนื่องจากได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาหลายคนไม่ตรงกัน และผู้คัดค้านได้ทำงานตามคำสั่งของหัวหน้างานให้ประกอบชิ้นงานไอ 428 ตามคำสั่งของหัวหน้างาน เนื่องจากได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาหลายคนไม่ตรงกัน และผู้คัดค้านได้ทำงานตามคำสั่งของหัวหน้างานให้ประกอบชิ้นงานแล้วไม่ได้ฝ่าฝืนคำสั่งของผู้บังคับบัญชาแต่ประการใด ขอให้ยกคำร้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า การกระทำของผู้คัดค้านไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้อง กรณียังไม่สมควรลงโทษด้วยการตักเตือนเป็นหนังสือ แต่เห็นสมควรให้ลงโทษด้วยการตักเตือนด้วยวาจา จึงมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านด้วยการตักเตือนด้วยวาจาผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า แม้ตามคำขอท้ายคำร้องของผู้ร้องได้ขอให้ศาลแรงงานกลางอนุญาตลงโทษผู้คัดค้านด้วยการตักเตือนเป็นหนังสือก็ตาม แต่ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องได้กำหนดโทษทางวินัยได้ว่าพนักงานผู้ใดฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานจะถูกพิจารณาลงโทษตามที่เห็นสมควรดังนี้ (1) ตักเตือนด้วยวาจา(2) ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร (3) ตัดค่าจ้าง (4) ลดค่าจ้าง(5) พักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างไม่เกิน 7 วัน (6) เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย จะเห็นได้ว่าการพิจารณาลงโทษพนักงานตามระเบียบข้อบังคับดังกล่าวต้องดูพฤติการณ์ของพนักงานที่กระทำการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับตามความร้ายแรงเป็นเรื่อง ๆ ไปกรณีคดีนี้ ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า ผู้คัดค้านขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเป็นครั้งแรก และผู้ร้องมิได้เกิดความเสียหาย ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษตักเตือนผู้คัดค้านด้วยวาจาจึงเป็นการใช้ดุลพินิจตามที่เห็นสมควรและเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ทั้งโทษตักเตือนด้วยวาจาที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตก็เป็นโทษที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้อง หาใช่เป็นการอนุญาตให้ลงโทษต่ำกว่าโทษที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานดังที่ผู้ร้องอุทธรณ์ไม่ และคำสั่งของศาลแรงงานกลางที่อนุญาตให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 ดังกล่าวมีผลเป็นเพียงการอนุญาตให้สิทธิแก่ผู้ร้องที่จะตักเตือนด้วยวาจาแก่ผู้คัดค้านได้เท่านั้น มิใช่เป็นคำสั่งแทนผู้ร้องให้มีผลลงโทษตักเตือนด้วยวาจาแก่ผู้คัดค้านได้โดยทันทีหากผู้ร้องประสงค์จะใช้สิทธิลงโทษตักเตือนผู้คัดค้านด้วยวาจาดังกล่าวก็จะต้องดำเนินการตักเตือนด้วยวาจาแก่ผู้คัดค้านเป็นอีกส่วนหนึ่ง นอกจากนี้โทษตักเตือนด้วยวาจาก็เป็นโทษสถานเบากว่าโทษตักเตือนเป็นหนังสือตามที่ผู้ร้อง ร้องขอคำสั่งของศาลแรงงานกลางที่อนุญาตให้ลงโทษตักเตือนผู้คัดค้านด้วยวาจาดังกล่าวจึงไม่เป็นการฝ่าฝืน พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 52 บัญญัติห้ามมิให้ศาลแรงงานพิพากษาหรือสั่งเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฎในคำฟ้อง คำสั่งศาลแรงงานกลางชอบแล้วพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- ผู้ร้อง - บริษัท แอคเซสอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
ผู้คัดค้าน - นาย บรรเจิด สนเข็ม - กฎหมายที่อ้าง
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 — ม. 52
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 — ม. 52 - องค์คณะ
- สวรรค์ ศักดารักษ์
พรชัย สมรรถเวช
ชลอ ทองแย้ม
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา