ฎีกา ปี พ.ศ. 2542 อาญา

ฎีกาที่ 8077/2542

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

นางสาว ส. ผู้เสียหายอายุ 15 ปีเศษ เป็นบุตรและอยู่ในความปกครองของ ล. มารดา แม้ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายได้หนีออกจากบ้านเพราะทะเลาะกับ ล. ผู้เป็นมารดาก็ตาม ก็ไม่ทำให้อำนาจปกครองของ ล. ที่มีอยู่หมดไปการที่จำเลยได้กอดจูบและกระทำชำเราผู้เสียหายขณะที่จำเลยพาผู้เสียหายไปพักที่โรงแรมและที่บ้านญาติจำเลย อันเป็นการกระทำที่ไม่สมควรทางเพศต่อผู้เสียหาย เป็นการล่วงล้ำและกระทบกระเทือนต่ออำนาจปกครองของมารดาผู้เสียหาย จึงเป็นการพรากผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์ไปเสียจากมารดาผู้เสียหายเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคหนึ่ง

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1 ถึง 2 เมษายน 2539 และ เมื่อระหว่างวันที่20 ถึง 22 เมษายน 2539 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกันวันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยพรากนางสาวสุธิสา หรือสุทิษา รัตนะ ผู้เสียหายอายุ 15 ปีเศษ ไปเสียจากบิดามารดาของผู้เสียหายเพื่อการอนาจารโดยผู้เสียหายเต็มใจไปด้วย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 319, 91 และเพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษมาแล้วจริงตามฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 319 วรรคหนึ่งการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 2 ปี รวม 2 กระทง จำคุก 4 ปีคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยกระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 1 ปี 4 เดือน รวม 2 กระทงจำคุก 2 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ขณะเกิดเหตุนางสาวสุธิสา รัตนะผู้เสียหายอายุ 15 ปีเศษ เป็นบุตรและอยู่ในความปกครองของนางละออง ทองเกียวมารดา และข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยมีเจตนากระทำอนาจารผู้เสียหายมาแต่ต้น และจำเลยได้กอดจูบและกระทำชำเราผู้เสียหายขณะที่จำเลยพาผู้เสียหายไปพักที่โรงแรมพิมานและที่บ้านญาติจำเลยในจังหวัดพัทลุง อันเป็นการกระทำที่ไม่สมควรทางเพศต่อผู้เสียหายแม้ในขณะนั้นผู้เสียหายจะหนีออกจากบ้านเพราะทะเลาะกับมารดา แต่ก็ไม่ทำให้อำนาจปกครองของมารดาที่มีอยู่หมดไป การกระทำของจำเลยดังกล่าวย่อมถือว่าเป็นการล่วงล้ำและกระทบกระเทือนต่ออำนาจปกครองของมารดาผู้เสียหาย จึงเป็นการพรากผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์ไปเสียจากมารดาผู้เสียหายเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคหนึ่ง พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สงขลา
จำเลย - นาย ดลเล๊าะหรือ ดลเลาะ หมัดศ รี
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 319 วรรคหนึ่ง
องค์คณะ
สมชาย พงษธา
กมล เพียรพิทักษ์
ประดิษฐ์ สิงหทัศน์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา