ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 อาญา

ฎีกาที่ 811/2534

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

สามีจำเลยได้ประกาศชักชวนหลอกลวงประชาชนในหมู่บ้านว่าสามารถจัดหางานให้ไปทำที่ประเทศสิงค์โปร์ได้ เมื่อผู้เสียหายมอบเงินให้สามีจำเลย จำเลยก็นั่งอยู่ด้วย สามีจำเลยรับเงินจากผู้เสียหายแล้วส่งให้จำเลย จำเลยรับเงินไว้และพูดว่าหากไม่ได้ไปจะคืนเงินให้แสดงว่าจำเลยรู้ว่าความจริงสามีจำเลยไม่สามารถพาพวกผู้เสียหายไปทำงานต่างประเทศได้ การที่จำเลยรับเงินและพูดดังกล่าวจึงเป็นการพูดสนับสนุนให้พวกผู้เสียหายเชื่อในคำชักชวนของสามีจำเลยยิ่งขึ้นอันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกก่อนหรือขณะที่สามีจำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชน จึงมีความผิดฐานสนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก 1 คน ที่หลบหนีร่วมกันหลอกลวงประชาชนในหมู่บ้านตำบลหนองกุลา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลกโดยประกาศชัดชวนข้อความอันเป็นเท็จว่า จำเลยกับพวกสามารถจัดหางานให้ไปทำงานในประเทศสิงคโปร์ได้ แต่ต้องจ่ายเงินให้จำเลยกับพวกคนละ 20,000 บาท เพื่อเป็นค่าดำเนินการ ความจริงแล้วจำเลยกับพวกไม่สามารถจัดหางานให้ได้ และไม่มีงานในประเทศสิงคโปร์ เป็นเหตุให้ผู้เสียหาย 7 คน หลงเชื่อและมอบเงินให้จำเลยกับพวกรวมเป็นเงิน80,000 บาท และจำเลยกับพวกมิได้เป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนแต่ร่วมกันจัดหางานให้แก่ประชาชน ซึ่งเป็นคนหางานเพื่อไปทำงานในประเทศสิงคโปร์ โดยจำเลยกับพวกไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลางตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา343, 83 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้ม ครองคนหางาน พ.ศ. 2528มาตรา 30, 82 และให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 80,000 บาทแก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343, 86 จำคุก 3 ปี และให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน80,000 บาท แก่ผู้เสียหาย ส่วนข้อหาอื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, 83 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ก่อนวันเวลาเกิดเหตุ นายทวี ไหวมาก สามีของจำเลยได้ประกาศชักชวนหลอกลวงประชาชนในหมู่บ้านตำบลหนองกุลาอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ว่า สามารถจัดหางานให้ไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์ได้ ทำให้ผู้เสียหายทั้งเจ็ดหลงเชื่อและมอบเงินให้นายทวีรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 80,000 บาท แต่นายทวีไม่สามารถจัดหางานให้ได้ ขณะผู้เสียหายทั้งเจ็ดมอบเงินให้นายทวีสามีของจำเลยจำเลยได้นั่งอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย นายทวีรับเงินจากผู้เสียหายแล้วส่งเงินต่อให้จำเลย จำเลยได้รับเงินไว้ และจำเลยยังได้พูดกับพวกผู้เสียหายว่า หากไม่ได้ไปจะคืนเงินให้ นายทวีและจำเลยเป็นสามีภรรยากันย่อมมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด การที่จำเลยพูดกับพวกผู้เสียหายว่า หากไม่ได้ไปจะคืนให้ก็เป็นการแสดงว่าจำเลยรู้ว่าความจริงนายทวีไม่สามารถพาพวกผู้เสียหายไปทำงานต่างประเทศได้ แม้จะได้ความว่าก่อนวันรับเงินจำเลยเคยถามนายทวีต่อหน้านางหน่วยว่านายทวีสามารถพาไปได้จริงหรือเปล่าก็ตาม แต่จำเลยก็ยังพูดข้อความดังกล่าวและรับเงินที่นายทวีรับไว้จากพวกผู้เสียหายด้วย อันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกก่อนหรือขณะที่นายทวีกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนหรืออีกนัยหนึ่ง เป็นการพูดสนับสนุนให้พวกผู้เสียหายเชื่อในคำชักชวนของนายทวียิ่งขึ้น การกระทำของจำเลยจึงมีความผิดฐานสนับสนุนการกระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชนพิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด พิษณุโลก
จำเลย - นาง บุญ มี ไหว มาก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 86, ม. 343
พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน — ม. 30, ม. 82
องค์คณะ
ชุม สุกแสงเปล่ง
เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
พินิจ ฉิมพาลี

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา