ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 แพ่ง
ฎีกาที่ 820/2536
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530มาตรา 10 ได้กำหนดอำนาจของเจ้าหน้าที่หรือผู้ได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่ให้มีอำนาจตกลงซื้อขาย กำหนดจำนวนเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ และจ่ายค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงเห็นได้ว่าผู้ที่ต้องจ่ายค่าทดแทน คือเจ้าหน้าที่หรือผู้ได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่เมื่อการเวนคืนรายนี้อธิบดีกรมทางหลวงเป็นเจ้าหน้าที่ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงจังหวัดสายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34-บางบ่อ พ.ศ. 2525 จึงมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าทดแทนแก่โจทก์ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นเพียงผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาเท่านั้นไม่มีหน้าที่จะต้องจ่ายค่าทดแทนแก่โจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเรียกค่าทดแทน
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทโรซ่าผลิตภัณฑ์อาหาร (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทโรซ่าผลิตภัณฑ์อาหาร (ประเทศไทย) จำกัด นายยก ตั้งตรงศักดิ์และนายทรง พรรณอุไร ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินโฉนดเลขที่2378 ตำบลบางบ่อ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ต่อมาที่ดินแปลงดังกล่าวถูกทางหลวงแผ่นดินสายเลี่ยงเมืองตัดผ่านเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาจ่ายเงินค่าทดแทนให้บริษัทโรซ่าผลิตภัณฑ์อาหาร (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 8,100 บาทซึ่งไม่ถูกต้อง บริษัทโรซ่าผลิตภัณฑ์อาหาร (ประเทศไทย) จำกัดมีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนจำนวน 23,004 บาท คงขาดไปเป็นเงิน14,904 บาท ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินค่าทดแทนเพิ่มให้อีกจำนวน14,904 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาและไม่ได้เป็นคณะกรรมการกำหนดค่าทดแทนตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ยินยอมและพอใจในจำนวนเงินค่าทดแทนโดยมิได้สงวนสิทธิโต้แย้งไว้ จำเลยมิได้กระทำการใดอันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาได้จ่ายเงินค่าทดแทนให้โจทก์ไปโดยสุจริต โจทก์รับเงินค่าทดแทนไปแล้วขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 14,904 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การเวนคืนรายนี้ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงจังหวัดสายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34-บางบ่อ พ.ศ. 2525 กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนไว้ในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวกำหนดให้อธิบดีกรมทางหลวงเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกา และตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มาตรา10 ได้กำหนดอำนาจของเจ้าหน้าที่หรือผู้ได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่ให้มีอำนาจตกลงซื้อขาย กำหนดจำนวนเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์และจ่ายค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงเห็นได้ว่า ผู้ที่ต้องจ่ายค่าทดแทนคือเจ้าหน้าที่หรือผู้ได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่ เมื่ออธิบดีกรมทางหลวงเป็นเจ้าหน้าที่ จึงมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าทดแทนแก่โจทก์ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นเพียงผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาเท่านั้น ไม่มีหน้าที่จะต้องจ่ายค่าทดแทนแก่โจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเรียกเงินค่าทดแทนพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์
จำเลย - รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 55
พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 — ม. 10 - องค์คณะ
- ก้าน อันนานนท์
ประยูร มูลศาสตร์
ไพบูลย์ จามิกรณ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา