ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง

ฎีกาที่ 836/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

เมื่อจำเลยและนาง ต. มิได้จดทะเบียนสมรสกัน ที่ดินพิพาทที่นางต. ได้รับการยกให้จากพี่ชายในระหว่างที่อยู่กินด้วยกันกับจำเลย จึงบังคับตามบทบัญญัติเรื่องทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาไม่ได้ และที่ดินพิพาทดังกล่าวนาง ต. ได้รับการยกให้ฝ่ายเดียวจึงมิใช่ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ด้วยกันกับจำเลย อันจะแบ่งในฐานะหุ้นส่วนครึ่งหนึ่งดังที่โจทก์อ้าง จำเลยจึงไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทเลย การที่จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินดังกล่าวกับโจทก์จึงเป็นกรณีที่จำเลยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกับนางตาเลือหาญ ภรรยาจำเลยในที่ดินโฉนดเลขที่ 5721 ตำบลสาลี อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี โดยนางตาได้รับการยกให้ที่ดินดังกล่าวจากพี่ชาย ต่อมาเมื่อนางตาถึงแก่กรรม จำเลยจึงได้ทำสัญญาจะขายที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ในราคา 470,000 บาท แต่จำเลยไม่โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทนางตาได้มาโดยเสน่หาจึงเป็นสินส่วนตัว จำเลยไม่มีส่วนเป็นเจ้าของ จำเลยกับนางตาอยู่กินฉันสามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส โจทก์และจำเลยต่างสำคัญผิดว่าที่ดินส่วนซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของนางตาจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย จำเลยจึงตกลงขายที่ดินส่วนของนางตาให้โจทก์ โดยทายาทโดยธรรมของนางตาไม่รู้เห็นยินยอมด้วย จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายโดยการสำคัญผิดในปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง สัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่นายหยิบพี่ชายของนางตายกให้แก่นางตา แม้จะเป็นการยกให้ระหว่างอยู่กินกับจำเลยก็ตาม เมื่อจำเลยกับนางตามิได้จดทะเบียนสมรสจึงบังคับตามบทบัญญัติเรื่องทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยาไม่ได้ และที่ดินดังกล่าวนางตาได้รับการยกให้ฝ่ายเดียวจึงมิใช่ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ด้วยกันกับจำเลย อันจะแบ่งในฐานะหุ้นส่วนครึ่งหนึ่งดังที่โจทก์อ้าง ดังนั้นจำเลยจึงไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทเลย การที่จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินดังกล่าวกับโจทก์ จึงเป็นกรณีที่จำเลยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม เมื่อจำเลยไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท และนิติกรรมที่ทำกับโจทก์เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 156แล้ว คดีจึงไม่มีความจำเป็นต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ที่ว่า โจทก์ชอบที่จะเข้าสวมสิทธิหรือใช้สิทธิเรียกร้องของจำเลยในนามโจทก์ในเรื่องแบ่งทรัพย์นางตาต่อไปแต่อย่างใดพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย โ สภา แย้ม ผิว
จำเลย - นาย ละออง เสือ หา ญ
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 156, ม. 1356
องค์คณะ
สุวรรณ ตระการพันธุ์
นาม ยิ้มแย้ม
สุรินทร์ นาควิเชียร

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา