ฎีกา ปี พ.ศ. 2558 แพ่ง

ฎีกาที่ 8755/2558

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

เมื่อมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อย่อมอาจบังคับให้จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อชดใช้ราคารถที่เช่าซื้อส่วนที่ขาดหรือค่าขาดราคาได้นับแต่วันเลิกสัญญาตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/12 ซึ่งเป็นวันที่อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องนั้นได้ มิใช่นับแต่วันที่ประมูลขายทอดตลาดรถที่เช่าซื้อ เมื่อมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2539 และโจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2550 ฟ้องของโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับค่าขาดราคาจึงขาดอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 208,027.90 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 151,293 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายของศาลฎีกา จำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วว่า จำเลยที่ 1 เช่าซื้อรถที่เช่าซื้อแล้วผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อสองงวดติดต่อกันตามฟ้อง สัญญาเช่าซื้อเลิกกันตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2539 ต่อมาวันที่ 28 พฤษภาคม 2540 ผู้ให้เช่าซื้อยึดรถที่เช่าซื้อคืนมา แล้วได้ประมูลขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2540 ได้เงิน 402,000 บาท น้อยกว่าค่าเช่าซื้อที่ยังไม่ได้ชำระอีก 511,293 บาท อยู่ 109,293 บาท ต่อมาผู้ให้เช่าซื้อล้มละลาย โจทก์ซื้อสิทธิเรียกร้องของผู้ให้เช่าซื้อจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ซึ่งรวมทั้งสิทธิเรียกร้องคดีนี้ด้วย โจทก์มาฟ้องคดีนี้เรียกค่าขาดราคา 109,293 บาท กับค่าขาดประโยชน์ โดยฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2550 สำหรับค่าขาดประโยชน์โจทก์ไม่ฎีกาจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
มีปัญหาข้อกฎหมายวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่า ฟ้องของโจทก์ส่วนที่เกี่ยวกับค่าขาดราคาขาดอายุความ 10 ปี หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า การนับอายุความต้องนับแต่วันถัดจากวันที่ประมูลขายทอดตลาด เพราะผู้ให้เช่าซื้อทราบถึงจำนวนค่าขาดราคาเมื่อได้มีการนำรถที่เช่าซื้อขายทอดตลาดในวันที่ 28 กรกฎาคม 2540 ซึ่งเมื่อนับถึงวันฟ้องไม่เกิน 10 ปี ฟ้องของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความนั้น เห็นว่า เมื่อมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อย่อมอาจบังคับให้จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อชดใช้ราคารถที่เช่าซื้อส่วนที่ขาดหรือค่าขาดราคาได้นับแต่วันเลิกสัญญา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12 ซึ่งเป็นวันที่อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องนั้นได้ มิใช่นับแต่วันที่โจทก์ฎีกา เมื่อมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2539 และโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2550 ฟ้องของโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับค่าขาดราคาจึงขาดอายุความ 10 ปี ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้ว ซึ่งศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - บริษัทไวซ์ แมเนชเมนท์ จำกัด
จำเลย - นางชุลีพร วัฒนารมย์ หรือนางปทิตตยา สุขห่วง กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 193/12, ม. 193/30
องค์คณะ
ประทีป ดุลพินิจธรรมา
วิรุฬห์ แสงเทียน
ปกรณ์ มหรรณพ
ศาลชั้นต้น/อุทธรณ์
ศาลจังหวัดพระโขนง - นายวัชรพล หมายสวัสดิ์
ศาลอุทธรณ์ - นายขจรศักดิ์ บุญเกษม
หมายเลขคดี
หมายเลขคดีดำ - พ252/2550
หมายเลขคดีแดง - พ996/2550
แผนก
พาณิชย์และเศรษฐกิจ

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา