ฎีกา ปี พ.ศ. 2542 แพ่ง

ฎีกาที่ 8833/2542

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งหลังจากศาลชี้สองสถานแล้วตามคำให้การเดิมจำเลยอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย ส่วนคำให้การที่จำเลยจะขอแก้ไขใหม่จำเลยก็อ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย ซึ่งแสดงว่า จำเลยรู้ตั้งแต่เวลาที่ยื่นคำให้การเดิมแล้วว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยหรือไม่ ไม่ใช่จำเลยเพิ่งรู้ในวันที่ศาลชั้นต้นให้จำเลยดูแผนที่วิวาทซึ่งเป็นวันเดียวกับวันชี้สองสถาน จึงไม่ใช่กรณีมีเหตุอันสมควรที่จะอนุญาตให้จำเลยแก้ไขคำให้การ เมื่อศาลชั้นต้นยังมิได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เรียกกรมที่ดินเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมตามคำร้องของจำเลย จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(1) แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะรับวินิจฉัยปัญหานี้ให้ ก็เป็นการไม่ชอบ ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 2 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยและบริวารเข้ามายุ่งเกี่ยวหรือหาประโยชน์ใด ๆ ในที่ดินบริเวณที่พิพาททางด้านทิศใต้ของที่ดินโฉนดเลขที่ 22712 ของโจทก์ตามที่ปรากฏในรูปแผนที่พิพาทเอกสารท้ายฟ้อง และให้จำเลยยอมรับแนวเขตที่ดินของโจทก์ด้านทิศใต้ว่าถูกต้องตามที่เจ้าพนักงานที่ดินทำการรังวัดและพิพากษาว่าที่ดินพิพาททางด้านทิศใต้ที่จำเลยนำชี้แนวเขตรุกล้ำเข้ามาจำนวนเนื้อที่ 3 ตารางวา เป็นที่ดินของโจทก์จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย หากฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์จำเลยก็ครอบครองปรปักษ์จนได้กรรมสิทธิ์แล้ว ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณาภายหลังการชี้สองสถานแล้ว จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 15สิงหาคม 2540 ขอแก้ไขคำให้การและขอถือคำให้การเป็นคำฟ้องแย้งและขอให้ศาลชั้นต้นหมายเรียกกรมที่ดินเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม โดยจำเลยจะขอให้การใหม่ว่า โจทก์และเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดรุกล้ำเข้ามาในที่ดินจำเลย ขอให้พิพากษายกฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งขอให้ศาลมีคำสั่งว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยให้โจทก์กับเจ้าพนักงานที่ดินทำการรังวัดออกโฉนดใหม่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยว่าสมควรให้จำเลยแก้ไขคำให้การหรือไม่และต้องหมายเรียกกรมที่ดินเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 บัญญัติว่า "การแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การที่คู่ความเสนอต่อศาลไว้แล้ว ให้ทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวันในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน เว้นแต่มีเหตุอันสมควรที่ไม่อาจยื่นคำร้องได้ก่อนนั้น" ข้อเท็จจริงปรากฏว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นชี้สองสถานวันที่ 1 กรกฎาคม 2540 จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งวันที่ 15 สิงหาคม 2540 เป็นระยะเวลาหลังจากศาลชี้สองสถานแล้ว ทั้งตามคำให้การเดิมจำเลยอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย ส่วนคำให้การที่จำเลยจะขอแก้ไขใหม่ก็อ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย แสดงว่าจำเลยรู้ตั้งแต่เวลาที่ยื่นคำให้การเดิมแล้วว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยหรือไม่ ไม่ใช่เพิ่งรู้ในวันที่ศาลชั้นต้นให้จำเลยดูแผนที่วิวาทซึ่งเป็นวันเดียวกับวันชี้สองสถาน จึงไม่ใช่กรณีมีเหตุอันสมควรที่จะอนุญาตให้แก้ไขคำให้การส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้หมายเรียกกรมที่ดินเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมนั้น เมื่อปรากฏว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นยังมิได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เรียกกรมที่ดินเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมตามคำร้องของจำเลยจึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ซึ่งต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(1) แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะรับวินิจฉัยปัญหานี้ให้ ก็เป็นการไม่ชอบ ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 2 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่งพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาง สมทรง เล็กสกุล
จำเลย - นาง บุญสวน สุวรรณฤทธิ์
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 57, ม. 180, ม. 226 (1), ม. 249 วรรคหนึ่ง
องค์คณะ
สุมิตร สุภาดุลย์
ชวลิต ธรรมฤาชุ
สมชัย เกษชุมพล

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา