ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 อาญา

ฎีกาที่ 887/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

โจทก์อุทธรณ์ขอไม่ให้รอการลงโทษความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 ซึ่งระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยในข้อหาดังกล่าวเป็นการไม่ชอบ

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276,318, 310, 83, 91
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 วรรคแรก, 310 วรรคแรก, 318 วรรคท้าย, 83 ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด3 ปี 9 เดือน ปรับ 9,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ส่วนโทษจำคุกพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีและรายงานการสืบเสาะ และพินิจของพนักงานคุมประพฤติแล้วเห็นว่า จำเลยยังมีอายุน้อยและไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดีต่อไป โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 4 ปี โดยกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมประพฤติ
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษ
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษจำคุกและไม่คุมประพฤติจำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อหาความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 วรรคแรกนั้น มีระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหานี้แล้วจึงต้องห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 193 ทวิ การที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ไม่รอการลงโทษจำเลยสำหรับข้อหานี้ เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว เมื่อจำเลยไม่ได้อุทธรณ์ ข้อหาดังกล่าวจึงยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาในข้อหาดังกล่าวมาโดยไม่รอการลงโทษจำเลยจึงเป็นการไม่ชอบ จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาขอให้รอการลงโทษในข้อหานี้อีก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยในข้อหานี้ ศาลฎีกาคงรับวินิจฉัยเฉพาะข้อหาข่มขืนกระทำชำเราและพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา276 วรรคแรก และมาตรา 218 วรรคท้าย..."
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในส่วนข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขังตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 210 วรรคแรกโดยให้บังคับคดีในข้อหานี้ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ชลบุรี
จำเลย - นาย สม ชาย หรือ หนึ่ง แซ่โท้ว
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 193 ทวิ
องค์คณะ
โสภณ รอดหิรัญ
มงคล สระฏัน
สนัด หมายสวัสดิ์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา