ฎีกา ปี พ.ศ. 2553 แพ่ง

ฎีกาที่ 8970/2553

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ป.วิ.พ. มาตรา 295 บัญญัติว่า "ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการบังคับคดีในกรณีต่อไปนี้ (1) เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการบังคับคดีนั้นเอง หรือถอนโดยคำสั่งศาล แล้วแต่กรณี เมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้วางเงินต่อศาลหรือต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษา พร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมแห่งคดี หรือค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี หรือได้หาประกันมาให้จนเป็นที่พอใจของศาล สำหรับจำนวนเงินเช่นว่านั้น..." ดังนั้น เมื่อจำเลยอ้างในคำร้องขอให้ถอนการบังคับคดีว่า จำเลยชำระหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมค่าฤชาธรรมเนียมแห่งคดีและค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีครบถ้วนแล้ว โดยโจทก์ยื่นคำร้องว่าได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาจากจำเลยแล้วจริง ทั้งขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามคำร้องของจำเลยซึ่งเท่ากับโจทก์ก็ประสงค์ให้ถอนการบังคับคดี ส่วนเจ้าพนักงานบังคับคดีทราบคำร้องของจำเลยแล้ว ไม่ได้คัดค้านว่าจำเลยยังชำระค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีไม่ครบถ้วนต้องฟังว่าจำเลยชำระค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีครบถ้วนแล้วเช่นกัน กรณีไม่มีเหตุบังคับคดีจำเลยอีกต่อไป ไม่ใช่เป็นกรณีที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้ยึดสละสิทธิในการบังคับคดี หรือเพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีภายในเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนด ที่จะเป็นเหตุให้ผู้ร้องที่ 1 ที่ 2 มีสิทธิขอให้บังคับคดีต่อไปได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 290 วรรคแปด

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอม โจทก์ขอหมายบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 39946 ตำบลบ้านแหวน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ของจำเลยออกขายทอดตลาด
ผู้ร้องที่ 1 ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ที่ยึด ศาลชั้นต้นอนุญาต
ผู้ร้องที่ 2 ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น ศาลชั้นต้นอนุญาต และหากโจทก์สละสิทธิบังคับคดีให้ผู้ร้องที่ 2 บังคับคดีแทน
จำเลยยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2546 จำเลยชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว แต่โจทก์ไม่ได้ถอนการบังคับคดีให้ ทำให้จำเลยเสียหาย จำเลยจึงวางเงินค่าธรรมเนียมการบังคับคดีในวันนี้แล้ว ขอให้ถอนการบังคับคดีและเนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดในวันที่ 31 สิงหาคม 2549 ขอให้งดการบังคับคดี
โจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาครบถ้วนแล้ว แต่ไม่ทราบว่าต้องถอนการยึด จึงไม่คัดค้านคำร้องของจำเลย และขอให้มีคำสั่งตามที่จำเลยขอ
ผู้ร้องที่ 1 ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องที่ 1 ยังไม่ได้รับชำระหนี้จากจำเลย ขอให้ยกคำร้อง และอนุญาตให้ผู้ร้องที่ 1 สวมสิทธิในการบังคับคดีแทนโจทก์
ผู้ร้องที่ 2 ยื่นคำคัดค้านว่า พฤติการณ์ไม่น่าเชื่อว่าโจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาจากจำเลยแล้ว แต่หากโจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาจากจำเลยจริงเมื่อโจทก์ไม่ถอนการบังคับคดี ผู้ร้องที่ 2 ย่อมบังคับคดีได้ต่อไป ขอให้ยกคำร้องและอนุญาตให้ผู้ร้องที่ 2 สวมสิทธิในการบังคับคดีแทนโจทก์
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังยุติในชั้นนี้ว่า จำเลยชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้วและจำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีวางศาลแล้ว ปัญหาตามฎีกาของจำเลย มีเหตุถอนการบังคับคดีจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 295 บัญญัติว่า ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการบังคับคดีในกรณีต่อไปนี้ (1) เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการบังคับคดีนั้นเอง หรือถอนโดยคำสั่งศาล แล้วแต่กรณี เมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้วางเงินต่อศาลหรือต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษา พร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมแห่งคดี หรือค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี หรือได้หาประกันมาให้จนเป็นที่พอใจของศาล สำหรับจำนวนเงินเช่นว่านั้น (2)... ดังนั้น เมื่อจำเลยขอให้ถอนการบังคับคดีว่า จำเลยชำระหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมค่าฤชาธรรมเนียมแห่งคดีและค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีครบถ้วนแล้ว โดยโจทก์ยื่นคำร้องรับว่าได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาจากจำเลยแล้ว ทั้งขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามคำร้องของจำเลย ซึ่งเท่ากับโจทก์ก็ประสงค์ให้ถอนการบังคับคดี ส่วนเจ้าพนักงานบังคับคดีทราบคำร้องของจำเลยแล้ว ไม่ได้คัดค้านว่าจำเลยยังชำระค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีไม่ครบถ้วน ต้องฟังว่าจำเลยชำระค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีครบถ้วนแล้วเช่นกัน กรณีย่อมไม่มีเหตุบังคับคดีจำเลยอีกต่อไป ไม่ใช่เป็นกรณีที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้ยึดสละสิทธิในการบังคับคดี หรือเพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีภายในเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนด ที่จะเป็นเหตุให้ผู้ร้องที่ 1 ที่ 2 มีสิทธิขอให้บังคับคดีต่อไปได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคแปด ที่ศาลล่างวินิจฉัยมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น"
พิพากษากลับว่า ให้ถอนการบังคับคดีจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นายทวี โอจรัสพร
ผู้ร้อง - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กับพวก
จำเลย - นางพูนพัฒนา อุทธิเสน
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 290, ม. 295
องค์คณะ
เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์
กรองเกียรติ คมสัน
โสภณ โรจน์อนนท์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา