ฎีกา ปี พ.ศ. 2543 อาญา
ฎีกาที่ 920/2543
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
โจทก์ฟ้องในข้อ 1 ว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมแล้วแยกการกระทำเป็นข้อ ก. และข้อ ข. โดยข้อ ก. เป็นเรื่องพาอาวุธปืน ข้อ ข. เป็นเรื่องพยายามฆ่าผู้เสียหายและฆ่าผู้ตายรวมกัน โดยบรรยายว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายและผู้ตายหลายนัด กระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหาย และกระสุนปืนที่จำเลยยิงดังกล่าวยังไปถูกผู้ตายหลายแห่งแสดงว่า มีการยิงผู้เสียหายและผู้ตายหลายนัดในคราวเดียวโดยกระทำต่อเนื่องกัน โจทก์รวมการกระทำเหล่านี้ไว้ในฟ้องข้อ ข. โดยถือเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำผิด2 กรรม คือพาอาวุธปืนกรรมหนึ่ง พยายามฆ่าผู้เสียหายและฆ่าผู้ตายรวมกันมาอีกกรรมหนึ่ง การที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายและฐานฆ่าผู้ตายแยกออกจากกันเป็น 2 กรรม จึงเป็นการลงโทษเกินฟ้อง อันเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ชอบที่ศาลฎีกาจะแก้ไขให้ถูกต้องเป็นว่าความผิดฐานพยายามฆ่าและฆ่าผู้อื่นเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 91, 33 ริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพในข้อหาพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณา นางพัชนีย์ เย็นยิ่ง ภริยาของนายสุรชัย เย็นยิ่ง ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์ได้เฉพาะข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80, 72 จำคุก 4 ปี รวมจำคุก 4 ปี 3 เดือนริบของกลาง ข้อหาอื่นให้ยกโจทก์ โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 อีกกรรมหนึ่ง ลงโทษทุกกรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฆ่าผู้ตาย จำคุก 20 ปี รวม 3 กระทงจำคุก 24 ปี 3 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐานพาอาวุธปืนศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 3 เดือนความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย ศาลชั้นต้นลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80, 72 จำคุก 4 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนในความผิด 2 ฐาน นี้ จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษในความผิดฐานพาอาวุธปืน และฎีกาขอให้ยกฟ้องในความผิดฐานพยายามฆ่าโดยอ้างว่าจากพยานโจทก์โจทก์ร่วมและจำเลยฟังได้ว่า จำเลยไม่ได้ยิงผู้เสียหายหากแต่เป็นการยิงขู่ ฎีกาของจำเลยดังกล่าวเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายข้างต้น ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยใน 2 ฐานความผิดนี้มาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้คงมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำผิดฐานฆ่าผู้ตายหรือไม่ ในปัญหาข้อนี้ข้อเท็จจริงแห่งคดีมีเหตุผลให้รับฟังได้ว่า ผู้ตายถึงแก่ความตายเนื่องจากพิษบาดแผลที่ถูกจำเลยใช้อาวุธปืนยิง พยานโจทก์และโจทก์ร่วมที่นำสืบมารับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่า จำเลยกระทำผิดฐานฆ่าผู้ตายจริงตามฟ้อง พยานจำเลยไม่อาจหักล้างพยานโจทก์และโจทก์ร่วมได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดฐานนี้ชอบแล้ว และโทษที่ลงเหมาะสมแก่รูปคดี ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยโจทก์ฟ้องในข้อ 1 ว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมแล้วแยกการกระทำเป็นข้อ ก. และข้อ ข. โดยข้อ ก. เป็นเรื่องพาอาวุธปืนข้อ ข. เป็นเรื่องพยายามฆ่าผู้เสียหายและฆ่าผู้ตายรวมกัน โดยบรรยายว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายและผู้ตายหลายนัด กระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหาย และกระสุนปืนที่จำเลยยิงดังกล่าวยังไปถูกผู้ตายหลายแห่ง ดังนี้แสดงว่า มีการยิงผู้เสียหายและผู้ตายหลายนัดในคราวเดียวโดยกระทำต่อเนื่องกัน โจทก์รวมการกระทำเหล่านี้ไว้ในฟ้องข้อ ข.โดยถือเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ดังนั้นเมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำผิด 2 กรรม คือพาอาวุธปืนกรรมหนึ่งพยายามฆ่าผู้เสียหายและฆ่าผู้ตายรวมกันมาอีกกรรมหนึ่ง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายและฐานฆ่าผู้ตายแยกออกจากกันเป็น 2 กรรม จึงเป็นการลงโทษเกินฟ้อง อันเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยชอบที่ศาลฎีกาจะแก้ไขให้ถูกต้องพิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานพยายามฆ่าและฆ่าผู้อื่นเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 เมื่อรวมกับโทษฐานพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว รวมเป็นจำคุกจำเลย 20 ปี 3 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี
โจทก์ - โจทก์ร่วม
โจทก์ - นาง พัชนีย์ เย็นยิ่ง
จำเลย - นาย ทองสุขหรือน้อย ยศธสาร - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 90
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 192, ม. 195 - องค์คณะ
- ประดิษฐ์ สิงหทัศน์
ธาดา กษิตินนท์
หัสดี ไกรทองสุก
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา