ฎีกา ปี พ.ศ. 2539 แพ่ง

ฎีกาที่ 924/2539

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้แทนเฉพาะคดีของนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดโดยอ้างเหตุว่ากรรมการผู้มีอำนาจฝ่ายหนึ่งได้ลาออกเป็นเหตุให้กรรมการที่เหลือไม่สามารถทำกิจการของบริษัทได้ตามข้อบังคับเหตุที่ผู้ร้องอ้างดังกล่าวเป็นกรณีที่จำนวนกรรมการลดน้อยลงกว่าจำนวนอันจำเป็นที่จะเป็นองค์ประชุมได้จึงต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1159กรรมการที่มีตัวอยู่คือผู้ร้องย่อมทำกิจการได้เฉพาะแต่ในเรื่องที่จะเพิ่มกรรมการขึ้นให้ครบจำนวนหรือนัดเรียกประชุมใหญ่ของบริษัทเท่านั้นจะทำกิจการอย่างอื่นไม่ได้

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยฟ้องว่ามติที่ประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลยที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2537 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนมติที่ประชุมดังกล่าวผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้ร้องเป็นผู้แทนจำเลยเฉพาะคดีอ้างว่ากรรมการจำเลยทุกคนเห็นพ้องกันให้จำเลยต่อสู้คดีแต่เนื่องจากจำนวนกรรมการไม่ครบตามเงื่อนไขในข้อบังคับของจำเลย จึงไม่อาจกระทำการแทนจำเลยได้ ผู้ร้องในฐานะกรรมการและประธานกรรมการ จำเลยมีความประสงค์จะต่อสู้คดีในนามจำเลยพร้อมกับยื่นคำให้การต่อสู้คดีไว้ ขอให้ศาลมีคำสั่งรับคำให้การไว้พิจารณาพิพากษาศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามคำร้องของผู้ร้องและคำให้การ ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2537 ทั้งสองฉบับ ตามลำดับว่า รวมและรับเป็นคำให้การโจทก์รับสำเนาคำร้องของผู้ร้องแล้ว ยื่นคำแถลงว่า ไม่คัดค้านการที่ผู้ร้องขอเป็นผู้แทนจำเลยเฉพาะคดีต่อมาเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2538 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ว่าคำสั่งดังกล่าวศาลสั่งไปโดยผิดหลง อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ให้ยกเลิกคำสั่งทั้งสองคำสั่ง และมีคำสั่งใหม่ว่า ให้ยกคำร้องที่ขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้แทนเฉพาะคดีเนื่องจากไม่มีกฎหมายให้อำนาจที่จะกระทำได้ และสั่งในคำให้การใหม่ว่า ไม่รับเป็นคำให้การของจำเลยผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งลงวันที่ 30 มกราคม 2538 เฉพาะข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้แทนเฉพาะคดีของนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด โดยอ้างเหตุว่ากรรมการผู้มีอำนาจฝ่ายหนึ่งได้ลาออกเป็นเหตุให้กรรมการที่เหลือไม่สามารถทำกิจการของบริษัทได้ตามข้อบังคับเหตุที่ผู้ร้องอ้างดังกล่าวเป็นกรณีที่จำนวนกรรมการลดน้อยลงกว่าจำนวนอันจำเป็นที่จะเป็นองค์ประชุมได้ จึงต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1159กรรมการที่มีตัวอยู่คือผู้ร้องย่อมทำกิจการได้เฉพาะแต่ในเรื่องที่จะเพิ่มกรรมการขึ้นให้ครบจำนวนหรือนัดเรียกประชุมใหญ่ของบริษัทเท่านั้น จะทำกิจการอย่างอื่นไม่ได้ บทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเป็นบทกำหนดวิธีการแก้ข้อขัดข้องที่เป็นเหตุตามคำร้องของผู้ร้องไว้แล้ว ซึ่งผู้ร้องชอบที่จะปฏิบัติตามได้ หาใช่กรณีที่ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายที่จะยกมาปรับแก่คดีได้ กรณีไม่จำต้องอาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งดังที่ผู้ร้องอ้างไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นางสาว วัลลภรณ์ เหมะจันทร
ผู้ร้อง - นาย พยัพ ศรีกาญจนา
จำเลย - บริษัท อาคเนย์โอลดิ้ง 3 จำกัด
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1159
องค์คณะ
วินัย วิมลเศรษฐ
จิระ บุญพจนสุนทร
ชูชาติ ศรีแสง

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา