ฎีกา ปี พ.ศ. 2537 แพ่ง

ฎีกาที่ 930/2537

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

โจทก์ทั้งสามเป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. จำเลยที่ 1 โอนทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. แก่จำเลยที่ 3 และโอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานแก่จำเลยที่ 2 โดยสมรู้กัน ทำให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดอ.เสียหาย โจทก์ทั้งสามจึงฟ้องขอให้เพิกถอนหรือระงับการโอนและเรียกค่าเสียหาย ดังนี้ การกระทำของโจทก์ทั้งสามเป็นการฟ้องคดีแทนห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดหามีอำนาจกระทำไม่ โจทก์ทั้งสามจึงไม่มีอำนาจฟ้อง

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนจำกัดอุบลทรายทอง โดยมีจำเลยที่ 1 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 2เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการจำเลยที่ 1 ได้โอนขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 896พร้อมสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดในที่ดินซึ่งเป็นของห้างหุ้นส่วนจำกัดอุบลทรายทอง ให้แก่จำเลยที่ 3 และได้โอนขายเรือยนต์ดูดทรายจำนวน 2 ลำ ซึ่งเป็นทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนจำกัดอุบลทรายทองให้แก่จำเลยที่ 3 จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันทำบันทึกตกลงโอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานซึ่งเป็นสิทธิของห้างหุ้นส่วนจำกัดอุบลทรายทองให้แก่จำเลยที่ 2 การกระทำของจำเลยทั้งสามทำให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุบลทรายทองและโจทก์ทั้งสาม ซึ่งเป็นหุ้นส่วนของห้างได้รับความเสียหาย เพราะขาดประโยชน์อันควรมีควรได้จากกิจการของห้างขอให้เพิกถอนการโอนขายที่ดิน การโอนขายเรือยนต์ทั้งสองลำแล้วโอนคืนให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุบลทรายทอง ให้จำเลยทั้งสามระงับข้อตกลงการโอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานของห้างหุ้นส่วนจำกัดอุบลทรายทอง และขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุบลทรายทอง เดือนละ90,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นจำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ 1 ได้ทำนิติกรรมโอนทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนจำกัดอุบลทรายทองให้แก่จำเลยที่ 2และที่ 3 จริง แต่เป็นการกระทำโดยสุจริต เพื่อชำระหนี้ของห้างที่มีต่อจำเลยที่ 2 และที่ 3 โจทก์ทั้งสามเป็นเพียงหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิดของห้าง ไม่มีอำนาจจัดการกิจการของห้างได้การฟ้องคดีนี้ก็เป็นการจัดการกิจการของห้างอย่างหนึ่งโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาว่าโจทก์ทั้งสามมีอำนาจฟ้องหรือไม่ตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งสามระบุว่า โจทก์ทั้งสามเป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนจำกัดอุบลทรายทอง จำเลยที่ 1 โอนทรัพย์สินของห้างให้แก่จำเลยที่ 3 และโอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานให้แก่จำเลยที่ 2โดยสมรู้กัน ทำให้เกิดความเสียหายแก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุบลทรายทองขอให้เพิกถอนหรือระงับการโอนดังกล่าวและเรียกค่าเสียหาย และข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่าโจทก์ทั้งสามเป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัดอุบลทรายทอง ดังนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าการที่โจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิดฟ้องคดีนี้ขอให้เพิกถอนการโอนขายทรัพย์สินของห้างและให้ระงับข้อตกลงการโอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานของห้างกับขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่ห้างนั้น เป็นการฟ้องคดีแทนห้างซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดหามีอำนาจกระทำไม่ เพราะการฟ้องคดีแทนห้างเป็นอำนาจของหุ้นส่วนผู้จัดการเท่านั้น โจทก์ทั้งสามจึงไม่มีอำนาจฟ้อง คดีไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาข้ออื่นตามฎีกาโจทก์ทั้งสามอีกต่อไปพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - นาย บู้ เฮียง รุ่งรัชกานนท์ กับพวก
จำเลย - นาง รจนา ศ รี ทอง กับพวก
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 70, ม. 1087, ม. 1088
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 55
องค์คณะ
ปราโมทย์ ชพานนท์
อุระ หวังอ้อมกลาง
ปรีชา เฉลิมวณิชย์

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา