ฎีกา ปี พ.ศ. 2552 อาญา
ฎีกาที่ 944/2552
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
คำกล่าวขณะผู้ตายที่บอกให้ทราบว่าจำเลยเป็นคนทำให้ตนตายในขณะที่รู้สึกตัวว่าใกล้จะตาย เป็นเหตุที่เข้าข้อยกเว้นให้รับฟังพยานบอกเล่าเป็นพยานหลักฐานได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 226/3 วรรคสอง (2) แต่คำบอกเล่าของผู้ตายดังกล่าวรับฟังได้แต่เพียงว่า ผู้ตายได้ระบุชื่อจำเลยเป็นคนร้ายเช่นนั้นจริง มิได้หมายความว่าจะต้องรับฟังว่าจำเลยเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย เพราะผู้ตายอาจเห็นหรือจำผิดพลาดหรือมีอุปทานก็เป็นได้ ความผิดพลาดอาจมีขึ้นได้ การระบุชื่อคนร้ายของผู้ตายจึงเป็นพยานหลักฐานอย่างหนึ่งที่ใช้ประกอบพยานหลักฐานอื่นให้มีน้ำหนักมั่นคงยิ่งขึ้น
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2542 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยใช้อาวุธปืนชนิดและขนาดไม่ปรากฏชัดยิงนายทรหรือแอ จำนวน 1 นัด โดยเจตนาฆ่า กระสุนปืนถูกนายทรหรือแอที่บริเวณด้านหลังเป็นเหตุให้นายทรหรือแอได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตายเพราะบาดแผลดังกล่าว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายถึงแก่ความตาย จำเลยเป็นพี่ชายของผู้ตาย ก่อนเกิดเหตุจำเลยกับผู้ตายเคยทะเลาะกันเรื่องทดน้ำเข้านาข้าว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนายบุญธรรม นายธรนินทร์และจ่าสิบตำรวจสมควร เบิกความทำนองเดียวกันว่า หลังจากผู้ตายถูกยิงแล้ว ผู้ตายได้บอกพยานทั้งสามว่าคนร้ายคือจำเลย ขณะนั้นผู้ตายมีอาการบาดเจ็บสาหัส และรู้ตัวว่าใกล้จะถึงแก่ความตาย เห็นว่า คำกล่าวขณะผู้ตายที่บอกให้ทราบว่าจำเลยเป็นคนทำให้ตนตายในขณะที่รู้สึกตัวว่าใกล้จะตาย จึงเป็นเหตุเข้าข้อยกเว้นให้รับฟังพยานบอกเล่าเป็นพยานหลักฐานได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226/3 วรรคสอง (2) แต่คำบอกเล่าของผู้ตายดังกล่าวรับฟังได้แต่เพียงว่า ผู้ตายได้ระบุชื่อจำเลยเป็นคนร้ายเช่นนั้นจริง แต่มิได้หมายความว่าจะต้องรับฟังว่าจำเลยเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย เพราะผู้ตายอาจเห็นหรือจำผิดพลาดหรือมีอุปทานก็เป็นได้ ความผิดพลาดอาจมีขึ้นได้ การระบุชื่อคนร้ายของผู้ตายเป็นพยานหลักฐานอย่างหนึ่งที่ใช้ประกอบพยานหลักฐานอื่นให้มีน้ำหนักมั่นคงยิ่งขึ้น พยานโจทก์ในที่เกิดเหตุไม่มีใครเห็นว่าจำเลยเป็นคนร้าย หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนเก็บตัวอย่างเขม่าดินปืนที่นิ้วมือจำเลยส่งไปตรวจพิสูจน์ที่กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผลการตรวจพิสูจน์ปรากฏว่าไม่พบธาตุสำคัญที่เกิดจากการยิงปืนที่มือของจำเลย และเจ้าพนักงานตำรวจก็ตรวจค้นไม่พบอาวุธปืนได้จากจำเลย ทั้งก่อนเกิดเหตุจำเลยกับผู้ตายไม่มีเรื่องทะเลาะวิวาทอย่างร้ายแรงถึงขนาดเป็นเหตุให้ต้องฆ่ากันตาย ลำพังคำบอกเล่าของผู้ตายเพียงปากเดียวว่าจำเลยเป็นคนยิง แม้จะฟังว่าพูดในขณะรู้สึกตัวว่าจะตายก็ไม่อาจรับฟังลงโทษจำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"
พิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย
จำเลย - นายแดง คำเปี้ย - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 226/3
- องค์คณะ
- พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร
สถิตย์ ทาวุฒิ
อิศเรศ ชัยรัตน์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา