ฎีกา ปี พ.ศ. 2539 แพ่ง
ฎีกาที่ 9519/2539
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
ผู้มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่จำเลยขอออกทับที่ดินเขตทุ่งเลี้ยงสัตว์สาธารณะและป่าสงวนแห่งชาติ คือ เจ้าพนักงานของรัฐเท่านั้น แต่เมื่อโจทก์ทั้งสองครอบครองที่ดินพิพาทอยู่ จึงมีสิทธิดีกว่าจำเลยและเนื่องจากที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน จึงไม่อาจห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ คงห้ามได้เฉพาะกรณีเข้าไปเกี่ยวข้องโดยที่มิใช่เป็นไปเพื่อการใช้ที่ดินตามวัตถุที่ประสงค์ของสาธารณสมบัติของแผ่นดินเท่านั้น
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นสั่งรวมพิจารณาและพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยกำหนดให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 และเรียกโจทก์ในสำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 2โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิคนละ 1 แปลง จำเลยขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทับที่ดินของโจทก์ทั้งสองโดยมิชอบและไม่สุจริตและจำเลยยังนำหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไปจดทะเบียนจำนองไว้แก่ธนาคาร ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 1311 ตามจำนวนเนื้อที่ดินที่ออกทับที่ดินของโจทก์ทั้งสอง ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องในที่ดินของโจทก์ทั้งสองจำเลยทั้งสองสำนวนให้การทำนองเดียวกันว่า จำเลยเป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 1311 ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 1311 เลขที่ดิน 40 ตำบลวังโป่ง อำเภอชนแดน(ปัจจุบันคืออำเภอวังโป่ง) จังหวัดเพชรบูรณ์ ตามจำนวนเนื้อที่ดินตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.1 (แนวเส้นสีแดงและแนวเส้นสีเขียว)ห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินอีกจำเลยอุทธรณ์ทั้งสองสำนวนศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า โจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องหรือไม่โจทก์ทั้งสองนำสืบว่า ที่ดินพิพาทเป็นเขตทุ่งเลี้ยงสัตว์สาธารณะและป่าสงวนแห่งชาติ นายมี ตุ้มคำ บิดาโจทก์ทั้งหลายเคยขอให้ทางราชการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์สำหรับที่ดินพิพาทแต่ทางราชการปฎิเสธอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นเขตทุ่งเลี้ยงสัตว์สาธารณะและป่าสงวนแห่งชาติเกี่ยวกับเรื่องนี้นายสมัคร คงเจียมกำนันตำบลวังศาล พยานโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นกำนันในเขตปกครองที่ที่ดินพิพาทตั้งอยู่เบิกความรับว่า ที่ดินพิพาทตั้งอยู่ในเขตทุ่งเลี้ยงสัตว์สาธารณะไม่สามารถออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นเขตทุ่งเลี้ยงสัตว์สาธารณะและป่าสงวนแห่งชาติ ดังนั้น การที่จำเลยขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทับที่ดินพิพาทซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินย่อมทำให้รัฐเสียหาย ผู้มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าว คือ เจ้าพนักงานของรัฐเท่านั้น โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนได้อย่างไรก็ตามเมื่อโจทก์ทั้งสองครอบครองที่ดินพิพาทอยู่โจทก์ทั้งสองจึงมีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าจำเลย ส่วนที่โจทก์ทั้งสองขอให้ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทนั้น เนื่องจากที่ดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(2)จึงไม่อาจห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้องเสียทั้งหมดได้ เพราะเป็นการขัดวัตถุประสงค์ของการใช้สาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทนี้จะห้ามได้เฉพาะกรณีที่เข้าไปเกี่ยวข้องโดยที่มิใช่เป็นไปเพื่อการใช้ที่ดินตามวัตถุที่ประสงค์ของสาธารณสมบัติของแผ่นดินเท่านั้นฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังขึ้นบางส่วน"พิพากษาแก้เป็นว่า ห้ามมิให้จำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท เว้นแต่ที่เป็นการใช้ประโยชน์ในที่ดินตามวัตถุประสงค์ของสาธารณสมบัติของแผ่นดินแปลงพิพาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - นาง วัน ทอง ตุ้ม คำ กับพวก
จำเลย - นาย อดุลย์ ศิริอินทราทร กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ม. 1304
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง — ม. 55 - องค์คณะ
- กนก พรรณรักษา
พิมล สมานิตย์
สมชัย สายเชื้อ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา