ฎีกา ปี พ.ศ. 2534 อาญา

ฎีกาที่ 960/2534

คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)

ฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยเรียกเงินจากผู้เสียหายเพื่อตอบแทนการที่จำเลยจะจูงใจพนักงานสอบสวนให้ไม่ดำเนินคดีกับ ณ และปล่อยตัว ณ หลุดพ้นจากข้อหาลักทรัพย์ เป็นการบรรยายฟ้องครบองค์ประกอบแห่งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 แล้วส่วนการที่จำเลยจะได้ไปติดต่อหรือจูงใจเจ้าพนักงานหรือไม่ หาใช่องค์ประกอบแห่งความผิดอันต้องบรรยายมาในฟ้องด้วยไม่ และที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยใช้อุบายหลอกลวงผู้เสียหายโดยอ้างว่ารู้จักกับพนักงานสอบสวนสามารถวิ่งเต้นให้ ณ หลุดพ้นจากคดีอาญา เป็นเพียงพฤติการณ์แห่งการกระทำของจำเลยว่าได้เอาความเท็จมา กล่าว เพื่อหลอกลวงผู้เสียหายให้จ่ายเงินเท่านั้น จะถือว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 หาได้ไม่.

คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกับพวกเรียกเงินจากนางสาวสีอนุ ราชาผู้เสียหายเป็นการตอบแทนในการที่จำเลยกับพวกจะจูงใจร้อยตำรวจโทสนธยาใหญ่ไร้บาง ด้วยวิธีอันทุจริต ให้ร้อยตำรวจโทสนธยา กระทำการและไม่กระทำการในหน้าที่พนักงานสอบสวน ไม่ดำเนินคดีกับนายนัฐธิวุฒติช่วงชุญหสอง และปล่อยตัวนายณัฐธิวุฒิ ให้หลุดพ้นจากข้อหาลักทรัพย์ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 143จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 143, 83 ให้จำคุก 3 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยมีเจตนาเพียงหลอกเอาเงินจากผู้เสียหายเท่านั้น จึงขาดเจตนากระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 143 พิพากษายกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยกับพวกได้บังอาจร่วมกันเรียกเงินจำนวน 30,000 บาท จากนางสาวสีอนุราชา ผู้เสียหายเป็นการตอบแทนในการที่จำเลยกับพวกจะจูงใจร้อยตำรวจโทสนธยา ใหญ่ไร้บาง พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสามเสนด้วยวิธีอันทุจริตให้ร้อยตำรวจโทสนธยา ใหญ่ไร้บาง กระทำการในหน้าที่พนักงานสอบสวนให้ไม่ดำเนินกับนายณัฐธิวุฒิ ช่วงชุณหสอง สามีผู้เสียหาย เห็นว่าเป็นการบรรยายฟ้องให้เห็นถึงการกระทำและเจตนาของจำเลยว่าจำเลยเจตนาเรียกเอาเงินจากผู้เสียหายเป็นค่าตอบแทนในการที่จำเลยอ้างว่าจะจูงใจเจ้าพนักงานไม่ให้ดำเนินคดีกับสามีผู้เสียหาย และปล่อยตัวให้หลุดพ้นจากคดีข้อหาลักทรัพย์อันถือได้ว่าเป็นการบรรยายฟ้องครบองค์ประกอบแห่งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 แล้ว ส่วนการที่จำเลยจะได้ไปติดต่อหรือจูงใจเจ้าพนักงานหรือไม่ มิใช่องค์ประกอบแห่งความผิดอันต้องบรรยายในฟ้องสำหรับการบรรยายฟ้องในตอนต้นที่ว่า จำเลยกับพวกบังอาจใช้อุบายหลอกลวงผู้เสียหายโดยเอาความเท็จมากล่าวว่า จำเลยรู้จักกับเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจนครบาลสามเสน สามารถวิ่งเต้นพนักงานสอบสวนให้สามีผู้เสียหายหลุดพ้นจากคดีได้นั้น เป็นการกล่าวถึงพฤติการณ์แห่งการกระทำผิดของจำเลยว่าได้เอาความเท็จมากล่าวเพื่อหลอกลวงผู้เสียหายให้จ่ายเงินเป็นการตอบแทนจำเลยกับพวกในการจะจูงใจเจ้าพนักงาน จะถือว่าจำเลยไม่มีเจตนาในการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 หาได้ไม่พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ตามรูปคดี.

ข้อมูลคดี

คู่ความ
โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ
จำเลย - นาย อิทธิพล กาว รร ณ ธง
กฎหมายที่อ้าง
ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 59, ม. 143
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 158 (5)
องค์คณะ
ก้าน อันนานนท์
อากาศ บำรุงชีพ
อุดม เฟื่องฟุ้ง

ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว

ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหาฎีกาอื่นข้อกฎหมายและมาตรา