ฎีกา ปี พ.ศ. 2545 อาญา
ฎีกาที่ 98/2545
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
การเล่นที่เสี่ยงโชคให้เงินแก่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งตามบัญชี ข. หมายเลข 16 แห่งพระราชบัญญัติการพนันฯ ต้องมีลักษณะคล้ายกับการเล่นการพนันสลากกินแบ่งหรือสลากกินรวบด้วยแต่การพนันทายผลฟุตบอลไม่มีลักษณะคล้ายกับการเล่นการพนันดังกล่าว จึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการพนันฯ มาตรา 4 แต่เป็นการเล่นอื่นใดนอกจากที่กล่าวในมาตรา 4 จะพนันกันหรือจะจัดให้มีเพื่อให้พนันกันได้เฉพาะการเล่นที่ระบุชื่อและเงื่อนไขไว้ในกฎกระทรวง ซึ่งมาตรา 4 ทวิ วรรคสองกำหนดให้ "การเล่น" หมายความรวมตลอดถึงการทายและการทำนายด้วยการเล่นการพนันดังกล่าวต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงาน เมื่อจำเลยทั้งสองเล่นการพนันทายผลฟุตบอลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน จึงมีความผิดตามมาตรา 4 ทวิ การที่โจทก์อ้างมาตรา 4 จึงเป็นเรื่องที่โจทก์อ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามความผิดที่ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคห้า ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เองแม้ไม่มีคู่ความยกขึ้นในชั้นฎีกา และย่อมมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ผู้มิได้ฎีกาด้วย เพราะเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องร่วมกันเล่นการพนันทายผลฟุตบอล ซึ่งเป็นการเล่นที่เสี่ยงโชคให้เงินแก่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง อันเป็นการพนันประเภทต้องขออนุญาตตามบัญชี ข.หมายเลข 16 แห่งพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจำเลยทั้งสองเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ มีผู้นำเจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งสองได้พร้อมโพยรับแทงผลฟุตบอล 12 เล่ม เงินสด 7,900 บาท สมุดบัญชีรายรับ-จ่ายผลฟุตบอล 2 เล่ม เครื่องคิดเลข 1 เครื่อง สมุดฉีก 5 เล่มปากกา 10 ด้าม เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12, 15 ริบของกลางและจ่ายเงินสินบนนำจับตามกฎหมายจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12 จำคุกคนละ 4 เดือน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 2 เดือน ริบของกลาง คำขออื่นให้ยกจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยเสียก่อนว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์บรรยายฟ้องไว้ในบันทึกคำฟ้องด้วยวาจา จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2543 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยทั้งสองกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องร่วมกันเล่นการพนันทายผลฟุตบอลซึ่งเป็นการเล่นที่เสี่ยงโชคให้เงินแก่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง อันเป็นการพนันประเภทต้องขออนุญาตตามบัญชี ข. หมายเลข 16 ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานโดยจำเลยทั้งสองเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ เห็นว่า การเล่นที่เสี่ยงโชคให้เงินแก่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งตามบัญชี ข. หมายเลข 16 แห่งพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 ต้องมีลักษณะคล้ายกับการเล่นการพนันสลากกินแบ่งหรือสลากกินรวบด้วย แต่การพนันทายผลฟุตบอลไม่มีลักษณะคล้ายกับการเล่นการพนันสลากกินแบ่งหรือสลากกินรวบดังนั้น การกระทำของจำเลยทั้งสอง จึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 4ดังฟ้องอย่างไรก็ตามการพนันทายผลฟุตบอลเป็นการเล่นอื่นใดนอกจากที่กล่าวในมาตรา 4 จะพนันกันหรือจะจัดให้มีเพื่อให้พนันกันได้เฉพาะการเล่นที่ระบุชื่อและเงื่อนไขไว้ในกฎกระทรวง ซึ่งมาตรา 4 ทวิ วรรคสองคำว่า "การเล่น" หมายความรวมตลอดถึงการทายและการทำนายด้วยการเล่นพนันดังกล่าวต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงาน เมื่อจำเลยทั้งสองเล่นการพนันทายผลฟุตบอลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดตามมาตรา 4 ทวิ กรณีเป็นเรื่องที่โจทก์อ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคห้า ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้แม้ไม่มีคู่ความยกขึ้นในชั้นฎีกาและย่อมมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงที่จำเลยที่ 1 ผู้มิได้ฎีกาด้วย เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ส่วนที่จำเลยที่ 2 ฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่า จำเลยที่ 2เป็นเจ้ามือจัดให้มีการพนันทายผลฟุตบอลขึ้นโดยผู้เข้าเล่นส่วนใหญ่เป็นนิสิตนักศึกษาซึ่งอยู่ในวัยเรียน การกระทำดังกล่าวเป็นการมอมเมาเยาวชนของชาติให้ลุ่มหลงในอบายมุขมีผลกระทบกระเทือนโดยตรงต่อการศึกษาและบั่นทอนอนาคตของเยาวชน ถือว่าเป็นการทำลายทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่าอันเป็นความหวังของชาติ เป็นภัยร้ายแรงต่อเศรษฐกิจและความสงบสุขของสังคมโดยส่วนรวม หากไม่มีมาตรการดำเนินการโดยเด็ดขาดปัญหานี้จะลุกลามมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันโดยไม่รอการลงโทษให้นั้น จึงเป็นการใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยที่ 2 เหมาะสมตามพฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยที่ 2ฟังไม่ขึ้น"พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4 ทวิ, 10, 12 (2) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมา
จำเลย - นาย อนันตชัย สุขสุวรรณ กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา — ม. 192 วรรคห้า, ม. 195 วรรคสอง, ม. 213, ม. 225
พระราชบัญญัติการพนัน — ม. 4, ม. 4 ทวิ, ม. 10, ม. 12 - องค์คณะ
- สุเมธ ตังคจิวางกูร
ชวลิต ยอดเณร
ประเสริฐ เขียนนิลศิริ
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา