ฎีกา ปี พ.ศ. 2536 อาญา
ฎีกาที่ 996/2536
คำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น)
การลดมาตราส่วนโทษให้แก่ผู้กระทำความผิดซึ่งอายุไม่เกิน17 ปี กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 นั้น เป็นเรื่องที่กฎหมายบังคับโดยเด็ดขาด ไม่อยู่ในดุลพินิจของศาล และเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยที่ 3 ไม่ได้อุทธรณ์มา ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจที่จะหยิบยกขึ้นพิจารณาได้
คำพิพากษาย่อ (ย่อยาว)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340, 340 ตรี, 357, 371, 83, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบของกลาง เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามกฎหมาย และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน จำนวน 2,870 บาท แก่เจ้าของจำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ส่วนข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 รับว่าจริงตามฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3และที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสองประกอบมาตรา 340 ตรี, มาตรา 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72 วรรคสอง, 72 ทวิ วรรคสองเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษฐานปล้นทรัพย์จำคุกคนละ 24 ปี ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง จำคุกคนละ 1 ปีฐานพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุกคนละ 6เดือน รวมจำคุกคนละ 25 ปี 6 เดือน เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 เป็นจำคุก 38 ปี 3 เดือนจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 25 ปี 6 เดือน และจำคุกจำเลยที่ 3 และที่ 4 คนละ 17 ปี ริบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลาง และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 2,870 บาท แก่เจ้าของ ส่วนฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2ให้ยกฟ้อง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยที่ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้วางโทษจำเลยที่ 3โดยลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75ลงโทษจำเลยที่ 3 ฐานปล้นทรัพย์จำคุก 12 ปี ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง จำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะ จำคุก3 เดือน รวมจำคุก 12 ปี 9 เดือน จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 3มีกำหนด 8 ปี 6 เดือน และให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 4 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 3 เป็นผู้ลงมือกระทำความผิดเข้าไปในร้านของผู้เสียหาย ใช้อาวุธปืนข่มขู่เอาทรัพย์เป็นคนแรก ต่อมาพวกของจำเลยจึงตามเข้าไป จำเลยที่ 3มีพฤติกรรมการกระทำดุร้ายรุนแรง อันแสดงให้เห็นถึงการเป็นบุคคลที่มีนิสัยชั่วร้าย แม้อายุไม่เกิน 17 ปีก็ตาม ควรได้รับโทษเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ที่ร่วมกระทำผิดด้วยกัน ศาลอุทธรณ์ไม่สมควรลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าการลดมาตราส่วนโทษให้แก่ผู้กระทำความผิดซึ่งอายุไม่เกิน 17 ปีกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 นั้น การลดมาตราส่วนตามบทกฎหมายมาตรานี้เป็นอัตราที่กฎหมายบังคับโดยเด็ดขาด ไม่อยู่ในดุลพินิจของศาล และเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จำเลยที่ 3ไม่ได้อุทธรณ์มา ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจที่จะหยิบยกขึ้นพิจารณาได้ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ลดมาตราส่วนโทษให้แก่จำเลยที่ 3 ลงกึ่งหนึ่งนั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน
ข้อมูลคดี
- คู่ความ
- โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ลำปาง
จำเลย - นาย อุด อนหรือดร สุวรรณเชษฐ์ กับพวก - กฎหมายที่อ้าง
- ประมวลกฎหมายอาญา — ม. 75
- องค์คณะ
- ประยูร มูลศาสตร์
ก้าน อันนานนท์
ไพบูลย์ จามิกรณ์
ที่มาของข้อมูล — ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศาลฎีกา
ศาลฎีกา เลขที่ 6 ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ✓ ตรวจสอบแล้ว
ข้อมูลเป็นคำพิพากษาย่อ (ย่อสั้น/ย่อยาว) ตามที่ศาลเผยแพร่ ไม่ใช่ข้อความคำพิพากษาฉบับเต็ม — ตรวจกับต้นฉบับจากแหล่งทางการของศาลฎีกาก่อนอ้างอิง · ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา