คดีอาญา พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 ✓ ตรวจกับแหล่งอ้างอิงแล้ว
ความผิดฐานห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คโดยเจตนาทุจริต มาตรา 4 (5) พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534
มาตรา 4 (5) พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 ว่าด้วยห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คโดยเจตนาทุจริต อยู่ในหมวด “ความผิดเกี่ยวกับเช็ค” — สรุปตัวบท องค์ประกอบ ระวางโทษ อายุความ และข้อควรรู้เรื่องความผิดต่อส่วนตัว/การยอมความ
- ประเภทคดี
- คดีอาญา
- กฎหมาย
- พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534
- มาตรา
- 4 (5) (พ.ร.บ.ใช้เช็ค)
- หมวด
- ความผิดเกี่ยวกับเช็ค
ตัวบทหรือสรุปสาระของมาตรา 4 (5)
ผู้ใดออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายโดยมีลักษณะหรือมีการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ (5) ห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คนั้นโดยเจตนาทุจริต เมื่อได้มีการยื่นเช็คเพื่อให้ใช้เงินโดยชอบด้วยกฎหมาย ถ้าธนาคารปฏิเสธไม่ใช้เงินตามเช็คนั้น ผู้ออกเช็คมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
องค์ประกอบความผิด
- ผู้ใด (ผู้ออกเช็ค)
- ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย
- ห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คโดยเจตนาทุจริต
- มีการยื่นเช็คเพื่อให้ใช้เงินโดยชอบด้วยกฎหมาย
- ธนาคารปฏิเสธไม่ใช้เงินตามเช็ค
ระวางโทษ
ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
อายุความ
ความผิดอันยอมความได้ (พ.ร.บ.ใช้เช็ค ม.5): ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์หรือฟ้องภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำ (ตามแนวปฏิบัติ นับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน) (ป.อ. ม.96); เมื่อดำเนินคดีทันเวลาแล้ว อายุความฟ้อง 5 ปี (ป.อ. ม.95 (4))
ความผิดต่อส่วนตัวและการยอมความ
เป็นความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์หรือฟ้องภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด (ป.อ. มาตรา 96) และเป็นความผิดที่ยอมความได้ (ตรวจกับตัวบทฉบับปัจจุบันก่อนดำเนินการ)
ข้อควรระวัง
ต้องพิสูจน์ "เจตนาทุจริต": ถ้าจำเลยมีเหตุอันสมควร (เช่น เช็คสูญหาย ถูกฉ้อฉล หรือผู้รับไม่ส่งมอบสินค้า) ศาลอาจยกฟ้อง. ควรขอหนังสือธนาคารยืนยันยอดเงินวันยื่นเช็คและคำสั่งห้ามจ่าย.
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- พ.ร.บ.ใช้เช็ค มาตรา 5 — ความผิดตามมาตรา 4 เป็นความผิดอันยอมความได้
- พ.ร.บ.ใช้เช็ค มาตรา 7 — ผู้ออกเช็คใช้เงินตามเช็คภายใน 30 วันนับแต่ได้รับหนังสือบอกกล่าวจากผู้ทรงเช็ค หรือหนี้ระงับก่อนคดีถึงที่สุด ให้ถือว่าคดีเลิกกัน
- พ.ร.บ.ใช้เช็ค มาตรา 8 — ฟ้องคดีแพ่งเรียกเงินตามเช็ครวมไปกับคดีอาญาได้ ถ้าจำนวนเงินไม่เกินอำนาจผู้พิพากษาคนเดียว
- ป.อ. มาตรา 96 — ความผิดต่อส่วนตัว ต้องร้องทุกข์หรือฟ้องภายใน 3 เดือน
- ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) — ผู้เสียหายถอนฟ้อง/ยอมความ ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ (ความผิดอันยอมความได้)
แหล่งอ้างอิงและสถานะการตรวจ
✓ ตรวจกับแหล่งอ้างอิงแล้ว · แหล่งอ้างอิง: dip.go.th
คำถามที่พบบ่อย
ความผิดฐานห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คโดยเจตนาทุจริต (มาตรา 4 (5) พ.ร.บ.ใช้เช็ค) มีระวางโทษอย่างไร?
ระวางโทษตามข้อมูลของเว็บไซต์: ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
ห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คโดยเจตนาทุจริต (มาตรา 4 (5) พ.ร.บ.ใช้เช็ค) มีอายุความกี่ปี?
ความผิดอันยอมความได้ (พ.ร.บ.ใช้เช็ค ม.5): ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์หรือฟ้องภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำ (ตามแนวปฏิบัติ นับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน) (ป.อ. ม.96); เมื่อดำเนินคดีทันเวลาแล้ว อายุความฟ้อง 5 ปี (ป.อ. ม.95 (4))
ห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คโดยเจตนาทุจริต เป็นความผิดต่อส่วนตัวและยอมความได้หรือไม่?
เป็นความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์หรือฟ้องภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด (ป.อ. มาตรา 96) และเป็นความผิดที่ยอมความได้ (ตรวจกับตัวบทฉบับปัจจุบันก่อนดำเนินการ)
ข้อหาใกล้เคียงในหมวดเดียวกัน
- ม.4 (1)ออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค
- ม.4 (2)ออกเช็คโดยในขณะออกเช็คไม่มีเงินอยู่ในบัญชีที่จะพึงใช้เงินได้
- ม.4 (3)ออกเช็คให้ใช้เงินจำนวนสูงกว่าเงินที่มีในบัญชีในขณะออกเช็ค
- ม.4 (4)ออกเช็คแล้วถอนเงินจากบัญชีจนเหลือไม่เพียงพอใช้เงินตามเช็ค
ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษา — ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย และไม่รับประกันผลของคดี กฎหมายอาจถูกแก้ไขภายหลัง ควรตรวจกับตัวบทฉบับปัจจุบันและปรึกษาทนายความก่อนดำเนินคดี